ครีมองุ่น องุ่น เป็นพืชยืนต้น มีลักษณะเป็นไม้พุ่มเลื้อย

ครีมองุ่น องุ่น เป็นพืชยืนต้น มีลักษณะเป็นไม้พุ่มเลื้อย มีลักษณะเนื้อแข็งและมีลำต้น กิ่งถาวรอายุเกิน 1 ฤดู ถ้าปล่อยให้เจริญเติบโตตามธรรมชาติจะเลื้อยเกาะกิ่งไม้ ใบกลมขอบหยักเว้าลึก 5 พู โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ดอกออกเป็นช่อแยกแขนง ดอกย่อยขนาดเล็กสีเขียวมีหมวก จะหลุดออกเมื่อดอกบานกลีบดอกเมื่อบานสีขาว โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยก 5 กลีบ เป็นผลเดี่ยวที่ออกเป็นพวง (เป็นผลเดี่ยวที่เกิดจากดอกช่อแต่ดอกไม่หลอมรวมกัน) ผลย่อยรูปกลมรีและฉ่ำน้ำ มีผิวนวลเกาะและรสหวาน มีสีเขียว, ม่วงแดงและม่วงดำแล้วแต่พันธุ์ ในผลมีเมล็ดประมาณ 1 – 4 เมล็ดประวัติการปลูกจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ มีการบ่งบอกว่ามีการปลูกองุ่นกันมามากกว่า 5,000 ปี องุ่นสามารถเจริญเติบโตได้ดีทั้งในเขตหนาว เขตกึ่งร้อนกึ่งหนาว และเขตร้อน สำหรับประเทศไทยไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่านำเข้ามาในสมัยใด แต่คาดว่าน่าจะนำเข้ามาตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระองค์ท่านได้นำพันธุ์ไม้แปลกๆ จากต่างประเทศที่ได้เสด็จประพาสมาปลูกในประเทศไทย และเชื่อว่าในจำนวนพันธุ์ไม้แปลกๆ เหล่านั้นน่าจะมีพันธุ์องุ่นรวมอยู่ด้วย ในสมัยรัชกาลที่ 7 มีหลักฐานยืนยันว่าเริ่มมีการปลูกองุ่นกันบ้างแต่ผลองุ่นที่ได้มีรสเปรี้ยว การปลูกองุ่นจึงซบเซาไป ต่อมาในปี พ.ศ. 2493 ได้เริ่มมีการปลูกองุ่นอย่างจริงจัง โดย หลวงสมานวนกิจ ได้นำพันธุ์องุ่นมาจากมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และปี พ.ศ. 2497 ดร.พิศ ปัญญาลักษณ์ ได้นำพันธุ์องุ่นมาจากทวีปยุโรปซึ่งสามารถปลูกได้ผลเป็นที่น่าพอใจ นับแต่นั้นมาการปลูกองุ่นในประเทศไทยจึงแพร่หลายมากขึ้นอนึ่ง ในกฎมณเทียรบาลสมัยกรุงศรีอยุธยา มีข้อความกล่าวถึง “ป้อมสวนองุ่น” จึงเป็นไปได้ว่าน่าจะมีการนำพันธุ์องุ่นมาปลูกแล้วตั้งแต่สมัยอยุธยา ครีมองุ่น.

ครีมองุ่น

ครีมองุ่น สรรพคุณทางยาและคุณค่าทางอาหาร ครีมองุ่น k&k
องุ่นม่วงหรือเขียว
คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 กรัม (3.5 ออนซ์)
พลังงาน 288 kJ (69 kcal)
คาร์โบไฮเดรต
18.1 g
น้ำตาล 15.48 g
ใยอาหาร 0.9 g
ไขมัน
0.16 g
โปรตีน
0.72 g
วิตามิน
ไทอามีน (บี1) (6%) 0.069 mg
ไรโบเฟลวิน (บี2) (6%) 0.07 mg
ไนอาซิน (บี3) (1%) 0.188 mg
กรดแพนโทเทนิก (บี5 )
(1%) 0.05 mg
วิตามินบี6 (7%) 0.086 mg
โฟเลต (บี9) (1%) 2 μg
วิตามินบี12 (0%) 0 μg
วิตามินซี (13%) 10.8 mg
วิตามินเค (21%) 22 μg
แร่ธาตุ ครีมองุ่น
แคลเซียม (1%) 10 mg
เหล็ก (3%) 0.36 mg
แมกนีเซียม (2%) 7 mg
แมงกานีส (3%) 0.071 mg
ฟอสฟอรัส (3%) 20 mg
โพแทสเซียม (4%) 191 mg
โซเดียม (0%) 3.02 mg
สังกะสี (1%) 0.07 mg
หน่วย
μg = ไมโครกรัม ● mg = มิลลิกรัม
IU = หน่วยสากล
ประมาณร้อยละคร่าว ๆ โดยใช้การแนะนำของสหรัฐอเมริกาสำหรับผู้ใหญ่
แหล่งที่มา: USDA Nutrient Database
องุ่นมีสารอาหารที่สำคัญคือน้ำตาลและสารอาหารจำพวกกรดอินทรีย์ เช่น น้ำตาลกลูโคส, น้ำตาลซูโคส, วิตามินซี, เหล็กและแคลเซียม องุ่นยังสามารถนำไปทำเป็นเหล้าองุ่นซึ่งเป็นเหล้าบำรุงใช้เป็นยา การรับประทานองุ่นเป็นประจำมีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง, บำรุงหัวใจ, แก้กระหาย, ขับปัสสาวะและบำรุงกำลัง ครีมองุ่น คนที่ร่างกายผอมแห้ง แก่ก่อนวัยและไม่มีเรี่ยวแรง หากรับประทานองุ่นเป็นประจำจะสามารถช่วยเสริมทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นได้ ส่วนเครือและรากมีฤทธิ์ในการขับลม, ขับปัสสาวะ, รักษาโรคไขข้ออักเสบ, ปวดเอ็นและปวดกระดูก อีกทั้งยังมีฤทธิ์ระงับประสาท, แก้ปวดและแก้อาเจียนอีกด้วย

การปลูกองุ่นในประเทศไทย
ประเทศไทยนิยมปลูกองุ่นในแถบภาคตะวันตก เช่น

อำเภอดำเนินสะดวก, จังหวัดราชบุรี
อำเภอสามพรานและอำเภอนครชัยศรี, จังหวัดนครปฐม
อำเภอบ้านแพ้ว, จังหวัดสมุทรสาคร
ซึ่งสามารถให้ผลผลิตได้ดี แต่เกษตรกรบางรายได้เปลี่ยนจากองุ่นเป็นพืชอื่น เนื่องจากมีปัญหาโรคแมลงระบาดมาก และแมลงดื้อยาไม่สามารถกำจัดได้ ทำให้พื้นที่ปลูกองุ่นในแถบนี้ลดลง พื้นที่ปลูกองุ่นได้ขยายไปในแถบภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบ้างเล็กน้อย แต่มีปัญหาเรื่องโรคแมลงระบาดมากทำให้พื้นที่ปลูกองุ่นไม่ค่อยขยายเท่าที่ควร

พันธุ์องุ่นที่นิยมปลูก
พันธุ์ไวท์มะละกา มี 2 สายพันธุ์ คือ ชนิดผลกลมและผลยาว ลักษณะช่อใหญ่ยาว การติดผลดีผลมีสีเหลืองอมเขียว รสหวานแหลม เปลือกหนาและเหนียว ในผลหนึ่งๆ มี 1-2 เมล็ด ช่วงเวลาหลังจากตัดแต่งกิ่งจนเก็บผลได้ประมาณ 4 เดือนครึ่ง ปีหนึ่งให้ผลผลิต 2 ครั้ง ผลผลิตประมาณ 10-15 กิโลกรัม/ต้น/ครั้ง
พันธุ์คาร์ดินัล มีลักษณะช่อใหญ่ ผลดก ผลกลมค่อนข้างใหญ่ มีสีแดงหรือม่วงชมภู รสหวาน กรอบ เปลือกบาง จึงทำให้ผลแตกง่ายเมื่อผลแก่ในช่วงฝนตกชุก ในผลหนึ่งๆ มีเมล็ด 1-2เมล็ด ช่วงเวลาหลังจากตัดแต่งกิ่งจนเก็บผลได้ใช้เวลา 3-3 เดือนครึ่ง ในเวลา 2 ปี สามารถให้ผลผลิตได้ถึง 5 ครั้ง ผลผลิตประมาณ 10-15 ตัน/ต้น ครีมองุ่น.

gpo ginnex มาดูกันว่า อาหารผิวขาว จากธรรมชาติ มีอะไรกันบ้าง

gpo ginnex มาดูกันว่า อาหารผิวขาว จากธรรมชาติ มีอะไรกันบ้างในยุคสมัยที่ผิวขาวมีชัยไปกว่าครึ่ง ณ ปัจจุบัน ไม่ว่าใครก็คงอยากที่จะมีผิวที่ขาว เรียบเนียน น่าสัมผัส แต่อย่างไรก็ตาม ผิวขาวเนียนก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่อยู่ๆก็เกิดขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง ถ้าอยากมีผิวขาว ก็จำเป็นที่จะต้องใช้ความพยายาม และความใส่ใจในการดูแลผิวพรรณของตัวเองเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งหนึ่งในวิธีการดูแลผิวพรรณที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ก็คือการทาน อาหารผิวขาว จากธรรมชาตินั่นเอง สำหรับบทความของในวันนี้ ก็อยากที่ขอพาคุณผู้อ่านทุกท่าน ไปทำความรู้จักกับอาหารผิวขาวจากธรรมชาติ กันอย่างเจาะลึก เพื่อให้ทราบกันไปเลยว่า อาหารผิวขาว ประเภทใด แบบไหน สามารถช่วยบำรุงผิวพรรณของคุณให้มีความขาวเนียนมากที่สุดอาหารผิวขาวจากธรรมชาติแบบใด ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาวเนียน1.แคโรทีน มีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันการเกิดออกซิเดชั่นในผิว ทำให้ผิวของคุณมีความแข็งแรง ขาวสดใสมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาหารที่มีแคโรทีนประกอบอยู่เป็นจำนวนมาก ได้แก่ ผลไม้ที่มีสีแดง และสีเหลือง เป็นต้น2.กรดแลคติก มีคุณสมบัติในการช่วยคงความอ่อนเยาว์ของผิวพรรณ อาหารที่มีสวนผสมของกรดแลคติกจำนวนมาก ได้แก่ นม เป็นต้น gpo ginnex.

gpo ginnex

gpo ginnex 3.วิตามิน A เป็นหนึ่งใน อาหารผิวขาว ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการ สำหรับอาหารที่อุดมไปด้วยวิตมิน A อาทิเช่น กล้วย เป็นต้น ปัญจขันธ์

4.ไลโคปีน เป็นหนึ่งในสารอาหารที่ช่วยทำให้ผิวพรรณของคุณขาวสดใสมากขึ้น และยังช่วยในการจัดการปรับโทนสีผิวให้มีความเรียบเนียนสม่ำเสมอกันมากขึ้น และจัดการกับปัญหาจุดด่างดำ รอยหมองคล้ำ ที่อาจเกิดขึ้นจากถูกทำร้ายเผาไหม้โดยดวงอาทิตย์ได้อีกด้วย สำหรับอาหารที่มีส่วนประกอบของไลโคปีนอยู่เป็นจำนวนมากก็ได้แก่ มะเขือเทศ เป็นต้น gpo ginnex

5.สารต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำหน้ที่ในการช่วยปกป้องเซลล์ และเนื้อเยื่อของผิวจากความเสียหาย นอกจากนี้ยังช่วยในการต่อต้านริ้วรอยได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย สำหรับอาหารผิวขาว ที่อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ ได้แก่ แอปเปิ้ล ชาเขียว มะละกอ เป็นต้น

6.วิตามินซี เป็นแหล่งอาหารผิวขาวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่ของคนที่ต้องมีผิวขาวเรียบเนียน วิตามินซีสามารถพบได้จากแหล่งอาหารที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ อาทิเช่น ฝรั่ง มะละกอ กีวี่ ส้ม ลิ้นจี่ สตอรเบอร์รี่ และสับประรด เป็นต้น

การทาน อาหารผิวขาว ด้วยการสลับสับเปลี่ยนสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวเหล่านี้เป็นประจำทุกวันในมื้ออาหารของคุณ จะเป็นการช่วยทำให้ผิวพรรณของคุณได้รับการบำรุง ฟื้นฟู ให้ผิวชุ่มชื้น ขาวเนียน สดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีความปลอดภัย ไร้ผลข้างเคียงต่อผิวพรรณ และยังดีต่อสุขภาพโดยรวมอย่างมากอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพของสังคมในปัจจุบัน ที่เร่งรีบ กว่าจะเดินทางกลับถึงที่พักในตอนเย็นก็เรียกได้ว่าเหนื่อยล้าแสนสาหัส การไปตามหาและใช้เวลาในการรวบรวมส่วนผสมจากธรรมชาติเพื่อนำมาใช้ในการบำรุงผิวพรรณ ดังที่ได้แนะนำไปแล้วในตอนต้น ก็เหมือนจะเป็นสิ่งที่ยากจนเกินไป ดังนั้นการทานผลิตภัณฑ์วิตามินซี เป็นประจำทุกวัน ก็จะเป็นการช่วยบำรุงผิวให้มีสุขภาพที่ดีมากยิ่งขึ้นได้เช่นกัน

อาหารเสริมสังเคราะห์ แตกต่างกับ อาหารเสริมสกัดจากธรรมชาติอย่างไร ?
อาหารและผลิตภัณฑ์อาหารที่มีอยู่กลาดเกลื่อนในวันนี้ มีจำนวนไม่น้อยที่เสริมวิตามิน และวิตามินที่เสริมนี้ส่วนใหญ่เป็นวิตามินสังเคราะห์ เรื่องอย่างนี้ผู้บริโภคอาจจะไม่รู้ก็ได้ครับ
คำถามมีอยู่ว่าวิตามินสังเคราะห์เหล่านี้ให้ฤทธิ์หรือประสิทธิภาพเท่ากับวิตามินธรรมชาติหรือเปล่า และอาจจะก่อปัญหาได้หรือไม่ เห็นทีจะต้องมาพิจารณากัน
อาหารธรรมชาติคงไม่เป็นปัญหาเพราะวิตามินในอาหารกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นวิตามินจากธรรมชาติ ปัญหาหากจะมีก็อยู่ที่อาหารผ่านกระบวนการหรือผลิตภัณฑ์อาหารทั้งหลายนั่นแหละ อาหารกลุ่มนี้หากเสริมวิตามินมาด้วยคงต้องดูว่ามีวิตามินสังเคราะห์ผสมลงมามากน้อยแค่ไหน
วิตามินสังเคราะห์ สังเกตกันง่ายๆ ดังนี้ ครับ
Ascorbic acid ส่วนใหญ่เป็นวิตามินสังเคราะห์ของวิตามินซี
Thiamin HCl หรือ Thiamin hydrochloride เป็นวิตามินสังเคราะห์ของวิตามินบีหนึ่ง
Thiamine Mononitrate เป็นวิตามินสังเคราะห์อีกรูปหนึ่งของวิตามินบีหนึ่ง
dl-Alpha Tocopherols หรือ mixed Tocopherols เป็นวิตามินสังเคราะห์ของวิตามินอี
Pyridoxine HCl หรือ Pyridoxine Hydrochloride เป็นวิตามินสังเคราะห์ของวิตามินบีหก
Irradiated Ergosterol เป็นวิตามินสังเคราะห์ของวิตามินดี
Vitamin A acetate หรือ vitamin A palmitate เป็นวิตามินสังเคราะห์ของวิตามินเอ
ชื่อที่เขียนไว้บนฉลากมักเป็นภาษาอังกฤษก็ขอให้จำไว้เถอะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินซี หากเป็นวิตามินซีจากธรรมชาติ ก็มักจะเขียนว่าวิตามินซีหรือ vitamin C หากเขียนว่า Ascorbic acid มีความเป็นไปได้ว่าเป็นวิตามินสังเคราะห์ ซึ่งต้นทุนถูกกว่ากันแยะ
การเติมวิตามินสังเคราะห์ลงในอาหารหรือผลิตภัณฑ์อาหารไม่ใช่เรื่องผิดหรอกครับ เป็นเรื่องดีเสียอีกเพราะจะทำให้อาหารมีวิตามินมากขึ้น แต่คงต้องใส่ใจในสองเรื่อง gpo ginnex นั่นคือ เรื่องฤทธิ์ของวิตามินซึ่งอาจต่ำกว่าวิตามินตัวเดียวกันที่เป็นวิตามินธรรมชาติ
อีกเรื่องหนึ่งที่น่าห่วงคือ การบริโภควิตามินสังเคราะห์มากเกินไปอาจเกิดปัญหาขึ้นได้
คนส่วนใหญ่ซึ่งรวมถึงแพทย์และนักโภชนาการบางส่วนมักเข้าใจกันผิดว่า วิตามินสังเคราะห์ให้ฤทธิ์ไม่ต่างจากวิตามินธรรมชาติทั้งยังไม่สร้างปัญหา เห็นทีจะต้องทำความเข้าใจกันใหม่แล้วล่ะครับ
วิตามินสังเคราะห์พัฒนาขึ้นมากว่า 70 ปีแล้ว ตัวแรกเห็นจะเป็นวิตามินบีหนึ่ง ซี่งพัฒนาขึ้นมาในปี ค.ศ.1936 สามปีก่อนที่จะเกิดมหาสงครามโลกครั้งที่สองในยุโรป ช่วงนั้นเป็นจังหวะที่อาหารขาดแคลน ยิ่งช่วงสงครามเกิดความกลัวกันว่าอาหารธรรมชาติ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อาหารหลายชนิดมีการปนเปื้อนสารพิษ ทำให้มีการใช้วิตามินสังเคราะห์ เสริมลงในอาหารธรรมชาติกันมากขึ้น วิตามินสังเคราะห์หลายชนิดจึงถูกพัฒนาตามๆ กันมาในช่วงนั้น
การสังเคราะห์วิตามินในทางอุตสาหกรรมไม่ใช่เรื่องยาก วัตถุดิบก็หาได้ง่ายมีทั้งใช้สารเคมี ใช้แร่ ใช้ผลิตผลทางการเกษตร ต้นทุนการผลิตจึงค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับการใช้วิตามินธรรมชาติซึ่งสกัดได้ค่อนข้างยาก เป็นเพราะวิตามินสังเคราะห์ราคาถูกกว่าวิตามินธรรมชาติมากนี่เองที่ทำให้ความนิยมใช้วิตามินสังเคราะห์ เป็นไปอย่างกว้างขวาง มีผลิตภัณฑ์อาหารมากมายที่เสริมวิตามินสังเคราะห์ลงไป ลองไปสังเกตที่ฉลากผลิตภัณฑ์ก็แล้วกันครับ อาจจะเจอชื่อวิตามินอย่างที่บอกไว้แต่ทีแรก
วิตามินอีสังเคราะห์ เป็นวิตามินตัวหนึ่งที่มีการใช้กันมากในทางอุตสาหกรรมอาหาร นักวิทยาศาสตร์พบว่าวิตามินอีสังเคราะห์ให้ฤทธิ์แค่ครึ่งเดียวของวิตามินอีธรรมชาติ ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายน้อยกว่า ทั้งยังมีช่วงเวลาที่อยู่ในร่างกายสั้นกว่า สรุปก็คือหากใช้วิตามินอีสังเคราะห์ จะต้องใช้ในปริมาณที่มากกว่าวิตามินธรรมชาติถึงเท่าตัวจึงจะให้ฤทธิ์เท่าๆ กัน
วิตามินบีหนึ่งรวมไปถึงวิตามินบีหก ก็มีปัญหาในลักษณะเดียวกับวิตามินอี
แต่ตัวที่อาจจะมีปัญหาค่อนข้างมากคือ วิตามินซี ซึ่งมีการใช้กันมากที่สุด
วิตามินซีที่เสริมอยู่ในอาหารหรือแม้กระทั่งที่ขายกันในรูปของผลิตภัณฑ์ยาส่วนใหญ่เป็นวิตามินซีสังเคราะห์ หรือกรดแอสคอร์บิก คงต้องพิจารณาแล้วล่ะครับว่าวิตามินซีกลุ่มนี้ออกฤทธิ์อย่างไร
วิตามินซีสังเคราะห์ ดูดซึมน้อยกว่าทั้งยังถูกขับออกจากร่างกายมากกว่า วิตามินซีสังเคราะห์อยู่ในรูปของกรด เมื่อขับออกมันอาจสร้างความระคายเคืองให้กับเนื้อเยื่อของไตได้ คงต้องระมัดระวังกันหน่อย หากคิดจะเสริมก็อย่าเสริมให้มันมากจนเกินเหตุ คิดถึงอันตรายของวิตามิน ที่เรามักจะคิดว่าไม่มีอันตรายไว้บ้าง
อีกเรื่องหนึ่งที่น่าห่วงคือ เคยมีรายงานในสัตว์ทดลองว่า การเสริมวิตามินบีหนึ่งสังเคราะห์ ปริมาณสูงทำให้สัตว์เป็นหมัน นักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มกังวลกันว่าปัญหาที่ทำให้คนในหลายประเทศ มีลูกน้อยลงกว่าแต่ก่อนอาจจะเป็นผลมาจากเพศชายมีปริมาณสเปิร์มลดลงก็เป็นได้
ยกตัวอย่างเช่นรายงานของมหาวิทยาลัยฟลอริดา กล่าวว่า คนอเมริกันเมื่อปี ค.ศ.1929 มีความเข้มข้นของสเปิร์ม 100 ล้านตัวต่ออสุจิ 1 ซีซี ถึงปี 1973 ความเข้มข้นลดลงเหลือ 60 ล้านตัว เข้าปี 1980 มีรายงานว่าสเปิร์มลดลงเหลือแค่ 20 ล้านตัวเท่านั้น
สิ่งหนึ่งที่จะต้องช่วยกันตรวจสอบคือ ชื่อวิตามินที่เขียนบนฉลากโภชนาการในภาษาไทย ไม่รู้ว่าใช้คำถูกต้องหรือเปล่าหรือไปเข้าใจกันเอาเองว่า Thiamin HCl รวมไปถึงสารอื่นๆ ที่กล่าวไว้ข้างต้นล้วนเป็นวิตามิน จึงใช้ชื่อวิตามินกันตรงๆ ทำให้ดูไม่ออกว่าเป็นวิตามินธรรมชาติหรือสังเคราะห์ เห็นทีจะต้องสอบถามไปที่ อ.ย. ได้คำตอบอย่างไรจะเอามาเล่าสู่กันฟังครับ gpo ginnex.

gpo natureplex มาดูกันว่า อาหารผิวขาว จากธรรมชาติ มีอะไรกันบ้าง

gpo natureplex มาดูกันว่า อาหารผิวขาว จากธรรมชาติ มีอะไรกันบ้าง ในยุคสมัยที่ผิวขาวมีชัยไปกว่าครึ่ง ณ ปัจจุบัน ไม่ว่าใครก็คงอยากที่จะมีผิวที่ขาว เรียบเนียน น่าสัมผัส แต่อย่างไรก็ตาม ผิวขาวเนียนก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่อยู่ๆก็เกิดขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง ถ้าอยากมีผิวขาว ก็จำเป็นที่จะต้องใช้ความพยายาม และความใส่ใจในการดูแลผิวพรรณของตัวเองเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งหนึ่งในวิธีการดูแลผิวพรรณที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ก็คือการทาน อาหารผิวขาว จากธรรมชาตินั่นเอง สำหรับบทความของในวันนี้ ก็อยากที่ขอพาคุณผู้อ่านทุกท่าน ไปทำความรู้จักกับอาหารผิวขาวจากธรรมชาติ กันอย่างเจาะลึก เพื่อให้ทราบกันไปเลยว่า อาหารผิวขาว ประเภทใด แบบไหน สามารถช่วยบำรุงผิวพรรณของคุณให้มีความขาวเนียนมากที่สุด อาหารผิวขาวจากธรรมชาติแบบใด ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาวเนียน 1.แคโรทีน มีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันการเกิดออกซิเดชั่นในผิว ทำให้ผิวของคุณมีความแข็งแรง ขาวสดใสมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาหารที่มีแคโรทีนประกอบอยู่เป็นจำนวนมาก ได้แก่ ผลไม้ที่มีสีแดง และสีเหลือง เป็นต้น 2.กรดแลคติก มีคุณสมบัติในการช่วยคงความอ่อนเยาว์ของผิวพรรณ อาหารที่มีสวนผสมของกรดแลคติกจำนวนมาก ได้แก่ นม เป็นต้น gpo natureplex.

gpo natureplex

gpo natureplex 3.วิตามิน A เป็นหนึ่งใน อาหารผิวขาว ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการ สำหรับอาหารที่อุดมไปด้วยวิตมิน A อาทิเช่น กล้วย เป็นต้น จีพีโอ เนเจอร์เพล็กซ์

4.ไลโคปีน เป็นหนึ่งในสารอาหารที่ช่วยทำให้ผิวพรรณของคุณขาวสดใสมากขึ้น และยังช่วยในการจัดการปรับโทนสีผิวให้มีความเรียบเนียนสม่ำเสมอกันมากขึ้น และจัดการกับปัญหาจุดด่างดำ รอยหมองคล้ำ ที่อาจเกิดขึ้นจากถูกทำร้ายเผาไหม้โดยดวงอาทิตย์ได้อีกด้วย สำหรับอาหารที่มีส่วนประกอบของไลโคปีนอยู่เป็นจำนวนมากก็ได้แก่ มะเขือเทศ เป็นต้น

5.สารต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำหน้ที่ในการช่วยปกป้องเซลล์ และเนื้อเยื่อของผิวจากความเสียหาย นอกจากนี้ยังช่วยในการต่อต้านริ้วรอยได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย สำหรับอาหารผิวขาว ที่อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ ได้แก่ แอปเปิ้ล ชาเขียว มะละกอ เป็นต้น gpo natureplex

6.วิตามินซี เป็นแหล่งอาหารผิวขาวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่ของคนที่ต้องมีผิวขาวเรียบเนียน วิตามินซีสามารถพบได้จากแหล่งอาหารที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ อาทิเช่น ฝรั่ง มะละกอ กีวี่ ส้ม ลิ้นจี่ สตอรเบอร์รี่ และสับประรด เป็นต้น

การทาน อาหารผิวขาว ด้วยการสลับสับเปลี่ยนสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวเหล่านี้เป็นประจำทุกวันในมื้ออาหารของคุณ จะเป็นการช่วยทำให้ผิวพรรณของคุณได้รับการบำรุง ฟื้นฟู ให้ผิวชุ่มชื้น ขาวเนียน สดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีความปลอดภัย ไร้ผลข้างเคียงต่อผิวพรรณ และยังดีต่อสุขภาพโดยรวมอย่างมากอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพของสังคมในปัจจุบัน ที่เร่งรีบ กว่าจะเดินทางกลับถึงที่พักในตอนเย็นก็เรียกได้ว่าเหนื่อยล้าแสนสาหัส การไปตามหาและใช้เวลาในการรวบรวมส่วนผสมจากธรรมชาติเพื่อนำมาใช้ในการบำรุงผิวพรรณ ดังที่ได้แนะนำไปแล้วในตอนต้น ก็เหมือนจะเป็นสิ่งที่ยากจนเกินไป ดังนั้นการทานผลิตภัณฑ์วิตามินซี เป็นประจำทุกวัน ก็จะเป็นการช่วยบำรุงผิวให้มีสุขภาพที่ดีมากยิ่งขึ้นได้เช่นกัน

อาหารเสริมสังเคราะห์ แตกต่างกับ อาหารเสริมสกัดจากธรรมชาติอย่างไร ?
อาหารและผลิตภัณฑ์อาหารที่มีอยู่กลาดเกลื่อนในวันนี้ มีจำนวนไม่น้อยที่เสริมวิตามิน และวิตามินที่เสริมนี้ส่วนใหญ่เป็นวิตามินสังเคราะห์ เรื่องอย่างนี้ผู้บริโภคอาจจะไม่รู้ก็ได้ครับ
คำถามมีอยู่ว่าวิตามินสังเคราะห์เหล่านี้ให้ฤทธิ์หรือประสิทธิภาพเท่ากับวิตามินธรรมชาติหรือเปล่า และอาจจะก่อปัญหาได้หรือไม่ เห็นทีจะต้องมาพิจารณากัน
อาหารธรรมชาติคงไม่เป็นปัญหาเพราะวิตามินในอาหารกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นวิตามินจากธรรมชาติ ปัญหาหากจะมีก็อยู่ที่อาหารผ่านกระบวนการหรือผลิตภัณฑ์อาหารทั้งหลายนั่นแหละ อาหารกลุ่มนี้หากเสริมวิตามินมาด้วยคงต้องดูว่ามีวิตามินสังเคราะห์ผสมลงมามากน้อยแค่ไหน
วิตามินสังเคราะห์ สังเกตกันง่ายๆ ดังนี้ ครับ
Ascorbic acid ส่วนใหญ่เป็นวิตามินสังเคราะห์ของวิตามินซี
Thiamin HCl หรือ Thiamin hydrochloride เป็นวิตามินสังเคราะห์ของวิตามินบีหนึ่ง
Thiamine Mononitrate เป็นวิตามินสังเคราะห์อีกรูปหนึ่งของวิตามินบีหนึ่ง
dl-Alpha Tocopherols หรือ mixed Tocopherols เป็นวิตามินสังเคราะห์ของวิตามินอี
Pyridoxine HCl หรือ Pyridoxine Hydrochloride เป็นวิตามินสังเคราะห์ของวิตามินบีหก
Irradiated Ergosterol เป็นวิตามินสังเคราะห์ของวิตามินดี
Vitamin A acetate หรือ vitamin A palmitate เป็นวิตามินสังเคราะห์ของวิตามินเอ
ชื่อที่เขียนไว้บนฉลากมักเป็นภาษาอังกฤษก็ขอให้จำไว้เถอะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินซี หากเป็นวิตามินซีจากธรรมชาติ ก็มักจะเขียนว่าวิตามินซีหรือ vitamin C หากเขียนว่า Ascorbic acid มีความเป็นไปได้ว่าเป็นวิตามินสังเคราะห์ ซึ่งต้นทุนถูกกว่ากันแยะ
การเติมวิตามินสังเคราะห์ลงในอาหารหรือผลิตภัณฑ์อาหารไม่ใช่เรื่องผิดหรอกครับ เป็นเรื่องดีเสียอีกเพราะจะทำให้อาหารมีวิตามินมากขึ้น แต่คงต้องใส่ใจในสองเรื่อง นั่นคือ เรื่องฤทธิ์ของวิตามินซึ่งอาจต่ำกว่าวิตามินตัวเดียวกันที่เป็นวิตามินธรรมชาติ
อีกเรื่องหนึ่งที่น่าห่วงคือ การบริโภควิตามินสังเคราะห์มากเกินไปอาจเกิดปัญหาขึ้นได้
คนส่วนใหญ่ซึ่งรวมถึงแพทย์และนักโภชนาการบางส่วนมักเข้าใจกันผิดว่า วิตามินสังเคราะห์ให้ฤทธิ์ไม่ต่างจากวิตามินธรรมชาติทั้งยังไม่สร้างปัญหา เห็นทีจะต้องทำความเข้าใจกันใหม่แล้วล่ะครับ
วิตามินสังเคราะห์พัฒนาขึ้นมากว่า 70 ปีแล้ว ตัวแรกเห็นจะเป็นวิตามินบีหนึ่ง ซี่งพัฒนาขึ้นมาในปี ค.ศ.1936 สามปีก่อนที่จะเกิดมหาสงครามโลกครั้งที่สองในยุโรป ช่วงนั้นเป็นจังหวะที่อาหารขาดแคลน ยิ่งช่วงสงครามเกิดความกลัวกันว่าอาหารธรรมชาติ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อาหารหลายชนิดมีการปนเปื้อนสารพิษ gpo natureplex ทำให้มีการใช้วิตามินสังเคราะห์ เสริมลงในอาหารธรรมชาติกันมากขึ้น วิตามินสังเคราะห์หลายชนิดจึงถูกพัฒนาตามๆ กันมาในช่วงนั้น
การสังเคราะห์วิตามินในทางอุตสาหกรรมไม่ใช่เรื่องยาก วัตถุดิบก็หาได้ง่ายมีทั้งใช้สารเคมี ใช้แร่ ใช้ผลิตผลทางการเกษตร ต้นทุนการผลิตจึงค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับการใช้วิตามินธรรมชาติซึ่งสกัดได้ค่อนข้างยาก เป็นเพราะวิตามินสังเคราะห์ราคาถูกกว่าวิตามินธรรมชาติมากนี่เองที่ทำให้ความนิยมใช้วิตามินสังเคราะห์ เป็นไปอย่างกว้างขวาง มีผลิตภัณฑ์อาหารมากมายที่เสริมวิตามินสังเคราะห์ลงไป ลองไปสังเกตที่ฉลากผลิตภัณฑ์ก็แล้วกันครับ อาจจะเจอชื่อวิตามินอย่างที่บอกไว้แต่ทีแรก
วิตามินอีสังเคราะห์ เป็นวิตามินตัวหนึ่งที่มีการใช้กันมากในทางอุตสาหกรรมอาหาร นักวิทยาศาสตร์พบว่าวิตามินอีสังเคราะห์ให้ฤทธิ์แค่ครึ่งเดียวของวิตามินอีธรรมชาติ ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายน้อยกว่า ทั้งยังมีช่วงเวลาที่อยู่ในร่างกายสั้นกว่า สรุปก็คือหากใช้วิตามินอีสังเคราะห์ จะต้องใช้ในปริมาณที่มากกว่าวิตามินธรรมชาติถึงเท่าตัวจึงจะให้ฤทธิ์เท่าๆ กัน
วิตามินบีหนึ่งรวมไปถึงวิตามินบีหก ก็มีปัญหาในลักษณะเดียวกับวิตามินอี
แต่ตัวที่อาจจะมีปัญหาค่อนข้างมากคือ วิตามินซี ซึ่งมีการใช้กันมากที่สุด
วิตามินซีที่เสริมอยู่ในอาหารหรือแม้กระทั่งที่ขายกันในรูปของผลิตภัณฑ์ยาส่วนใหญ่เป็นวิตามินซีสังเคราะห์ หรือกรดแอสคอร์บิก คงต้องพิจารณาแล้วล่ะครับว่าวิตามินซีกลุ่มนี้ออกฤทธิ์อย่างไร
วิตามินซีสังเคราะห์ ดูดซึมน้อยกว่าทั้งยังถูกขับออกจากร่างกายมากกว่า วิตามินซีสังเคราะห์อยู่ในรูปของกรด เมื่อขับออกมันอาจสร้างความระคายเคืองให้กับเนื้อเยื่อของไตได้ คงต้องระมัดระวังกันหน่อย หากคิดจะเสริมก็อย่าเสริมให้มันมากจนเกินเหตุ คิดถึงอันตรายของวิตามิน ที่เรามักจะคิดว่าไม่มีอันตรายไว้บ้าง
อีกเรื่องหนึ่งที่น่าห่วงคือ เคยมีรายงานในสัตว์ทดลองว่า การเสริมวิตามินบีหนึ่งสังเคราะห์ ปริมาณสูงทำให้สัตว์เป็นหมัน นักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มกังวลกันว่าปัญหาที่ทำให้คนในหลายประเทศ มีลูกน้อยลงกว่าแต่ก่อนอาจจะเป็นผลมาจากเพศชายมีปริมาณสเปิร์มลดลงก็เป็นได้
ยกตัวอย่างเช่นรายงานของมหาวิทยาลัยฟลอริดา กล่าวว่า คนอเมริกันเมื่อปี ค.ศ.1929 มีความเข้มข้นของสเปิร์ม 100 ล้านตัวต่ออสุจิ 1 ซีซี ถึงปี 1973 ความเข้มข้นลดลงเหลือ 60 ล้านตัว เข้าปี 1980 มีรายงานว่าสเปิร์มลดลงเหลือแค่ 20 ล้านตัวเท่านั้น
สิ่งหนึ่งที่จะต้องช่วยกันตรวจสอบคือ ชื่อวิตามินที่เขียนบนฉลากโภชนาการในภาษาไทย ไม่รู้ว่าใช้คำถูกต้องหรือเปล่าหรือไปเข้าใจกันเอาเองว่า Thiamin HCl รวมไปถึงสารอื่นๆ ที่กล่าวไว้ข้างต้นล้วนเป็นวิตามิน จึงใช้ชื่อวิตามินกันตรงๆ ทำให้ดูไม่ออกว่าเป็นวิตามินธรรมชาติหรือสังเคราะห์ เห็นทีจะต้องสอบถามไปที่ อ.ย. ได้คำตอบอย่างไรจะเอามาเล่าสู่กันฟังครับ gpo natureplex.

kalow ประโยชน์ของมะขามป้อม สมุนไพรไทยๆ

kalow ประโยชน์ของมะขามป้อม สมุนไพรไทยๆ แต่ได้ใจ “คนอยากผอม” คนอยากผอม ฟังทางนี้!! พืชสมุนไพรไทยที่เราเห็นกันบ่อยๆ ก็มีส่วนช่วยให้คุณผอมอย่างมีประสิทธิภาพได้ด้วยนะ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกันก่อนว่า ประโยชน์ของมะขามป้อม คืออะไร แล้วเกี่ยวอะไรกับการลดความอ้วน ??? มะขามป้อมเป็นสมุนไพรที่คนอินเดียใช้มาเป็นพันๆ ปี ในฐานะเป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงสายตา บำรุงสมอง ซึ่งคนอินเดียเรียกมะขามป้อมว่า Amla หรือ Amalaka แปลว่า พยาบาลหรือแม่ ซึ่งสะท้อนสรรพคุณทางยาอันมากมายของมะขามป้อมได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยลดความดัน ลดน้ำตาลและลดไขมันในเลือด ทำให้การกินมะขามป้อมสามารถช่วยควบคุมโรคเบาหวาน ทางอายุรเวทได้ดีอีกด้วย และเนื่องจากสรรพคุณของมะขามป้อมที่ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดไขมันในเส้นเลือด แก้ปัญหาความดันโลหิตสูงดังที่กล่าวไป ทำให้หลายคนที่บริโภคมะขามป้อมทราบว่าจะได้สรรพคุณที่ตามคือ การช่วยลดน้ำหนักลงได้บ้างจากการลดไขมันในเส้นเลือดลงไป และนอกจากนี้ในมะขามป้อมยังมีกรดอะมิโนแอซิดอย่าง Iysine และ Methionine ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่กำลังควบคุมอาหารแต่ไม่อยากขาดกรดอะมิโนแอซิดที่จำเป็นสำหรับร่างกาย kalow.

kalow

kalow แต่คนที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง จะให้ทานมะขามป้อมทั้งวันคงเห็นผลช้า ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าในอาหารเสริมทั่วไปจะใช้มะขามป้อมเป็นส่วนประกอบด้วยเสมอ เช่นไคโตซานถือเป็นสารสำคัญที่ช่วยดักจับไขมันส่วนเกิน ช่วยเร่งการเผาผลาญ โดยกระบวนการทำงานคือ เจ้าตัวไคโตซานจะเข้าไปจับพวกไขมันที่ติดตามผนังลำไส้ โดยจะไปจับก่อนไขมันเหล่านั้นถูกดูดซึมเข้าร่างกาย ซึ่งจะมีลักษณะเกาะตัวเป็นก้อนโมโลกุลใหญ่ขึ้น ทำให้ไม่สามารถดูดซึมได้ และโมเลกุลเหล่านี้ก็จะถูกขับเคลื่อนไปยังลำไส้ใหญ่ เพื่อขับถ่ายออกมาแทน แกลโล

แต่การรับประทานเฉพาะไคโตซานอย่างเดียว จะพบปัญหาสำหรับบางคน เพราะถ้าตัวโมเลกุลก้อนโตนี้กำลังขับเคลื่อนอยู่ระหว่างลำไส้ใหญ่ก่อนการขับถ่าย ถ้าช่วงลำไส้ใหญ่มีความแห้ง หรือมีน้ำขับเคลื่อนน้อย จะทำให้บางคนรู้สึกท้องอืด ขับถ่ายยาก ดังนั้นจะเห็นได้ว่าพวกอาหารเสริมทั้งหลายมักใส่ตัวที่ช่วยระบาย อย่างมะขามป้อม มะขามแขก เข้าไปด้วย ซึ่งพวกนี้จะช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น คนที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง จึงควรทานน้ำเปล่าในปริมาณมาก เพราะอย่างที่ทราบกันแล้วว่า บางคนจะรู้สึกท้องอืด ดังนั้นน้ำเปล่าที่ทานเข้าไป จะเข้าไปช่วยให้การขับถ่ายสะดวกขึ้น และเห็นผลดีกว่า kalow

ทั้งหมดนี้เป็นสรรพคุณของมะขามป้อมโดยรวม ซึ่งเป็นผลไม้สำคัญที่มีมาแต่ครั้งพุทธกาล ด้วยสรรพคุณที่มากมายตั้งแต่ด้านสุขภาพ วิตามิน และความงาม จึงไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดมะขามป้อมจึงถูกบรรจุไว้ในฐานะหนึ่งในตัวยาสำคัญในตำรายาตั้งแต่สมัยโบราณ ด้วยสรรพคุณที่น่าสนใจและเป็นแหล่งวิตามินซีที่ดีมากนั้นเองคะ

ไคโตซาน คืออะไร ? แล้วทำไมคนอยากผอม…..ต้องรู้ !!

ไคโตซาน คืออะไร? คำถามยอดฮิตในเวลานี้ ที่หลายๆคนมักได้ยินในโฆษณาที่เกี่ยวกับลดน้ำหนัก ควบคุมไขมันส่วนเกินมักใช้กล่าวอ้างกัน ซึ่งจริงๆแล้วไคโตซาน นับเป็นสารที่ไปจับเจ้าตัวไขมันส่วนเกิน ที่เป็นปัญหาใหญ่ของคนอ้วนนั้นเอง

โรคอ้วน ถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนไทยเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงทั้งหลาย มักมองว่าความอ้วนเป็นตัวขจัดความสุขของพวกเธอ ซึ่งบางคนต้องหาตัวช่วยเพื่อเร่งการลดน้ำหนัก โดยอาศัยอาหารเสริม หรือยาต่างๆนาๆ ถ้าโชคดีไปเจอตัวยาที่ไม่ผสมสารเคมีก็อาจจะเห็นผลจริงแต่ช้ากว่า แต่บางคนเห็นโฆษณาว่าลดเร็ว เห็นผลจริง ใน 3 วัน 7 วัน จึงเลือกรับประทาน ผลสุดท้ายคือ ถ้าหยุดทานจะเกิดปรากฎการณ์ที่เรียกว่า โยโย่ เอฟเฟค นั้นก็คือกลับมาอ้วนถึงอ้วนมากกว่าเดิม

ซึ่งในปัจจุบันพบว่า มีสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ไคโตซาน เป็นสารที่มีความสามารถในการดักจับไขมันส่วนเกิน ช่วยเร่งการเผาผลาญ โดยกระบวนการทำงานคือ kalow เจ้าตัวไคโตซานจะเข้าไปจับพวกไขมันที่ติดตามผนังลำไส้ โดยจะไปจับก่อนไขมันเหล่านั้นถูกดูดซึมเข้าร่างกาย ซึ่งจะมีลักษณะเกาะตัวเป็นก้อนโมโลกุลที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ไม่สามารถดูดซึมได้ และโมเลกุลเหล่านี้ก็จะถูกขับเคลื่อนไปยังลำไส้ใหญ่ เพื่อขับถ่ายออกมาแทน

ทั้งนี้หากจะรับประทานเฉพาะไคโตซานอย่างเดียว จะพบปัญหาสำหรับบางคน เพราะถ้าตัวโมเลกุลก้อนโตนี้กำลังขับเคลื่อนอยู่ระหว่างลำไส้ใหญ่ก่อนการขับถ่าย ถ้าช่วงลำไส้ใหญ่มีความแห้ง หรือมีน้ำขับเคลื่อนน้อย จะทำให้บางคนรู้สึกท้องอืด ขับถ่ายยาก ดังนั้นจะเห็นได้ว่าพวกอาหารเสริมทั้งหลายมักใส่ตัวที่ช่วยระบาย อาทิเช่น มะขามป้อม มะขามแขม ส้มแขก เป็นต้น ซึ่งพวกนี้จะช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น คนที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง จึงควรทานน้ำเปล่าในปริมาณมาก เพราะอย่างที่ทราบกันแล้วว่า บางคนจะรู้สึกท้องอืด ดังนั้นน้ำเปล่าที่ทานเข้าไป จะเข้าไปช่วยให้การขับถ่ายสะดวกขึ้น และเห็นผลดีกว่า

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ หวังว่าเพื่อนๆจะพอเข้าใจกระบวนการทำงานและความสำคัญของเจ้าตัวไคโตซานกันบ้างแล้ว ดังนั้นการลดความอ้วนโดยคาดหวังให้ตัวยา นำพาให้ผอมอย่างเดียว โดยที่เราไม่รู้จักหมั่นดูแลตัวเองด้วย ก็อย่าคาดหวังว่าจะเห็นผลจริง ในขณะที่บางคนให้อาหารเสริมเป็นตัวช่วยขจัดของเสียอย่างไขมันออก และรู้จักควบคุมอาหาร หมั่นออกกำลังกาย ทานน้ำเปล่าเป็นหลัก หลีกเลี่ยงของหวาน แค่นี้ผลที่ได้ก็ต่างกันแล้วคะ kalow.

dermarine เล่นดนตรีช่วยชะลอความแก่ หลายคนอาจจะไม่เชื่อ

dermarine เล่นดนตรีช่วยชะลอความแก่ หลายคนอาจจะไม่เชื่อว่ามันจะได้ผลจริงๆ แต่ถ้าเราลองคิด และมองถึงเหตุผล มันก็น่าจะเป็นไปได้ เพราะเสียงเพลง เสียงดนตรีเพราะๆ เมโลดี้สวยๆ ก็น่าจะช่วยให้จิตใจของเราผ่อนคลาย หรืออาจจะช่วยให้เราเกิดความสนุกสนาน ร่าเริง ไม่มีความเครียด และเมื่อไมีความเครียด หน้าตาของเราก็เลยผ่องใส ตามไปด้วย นั่นเอง ซึ่งจากผลวิจัยของเมืองนอก เค้าสรุปกันมาว่า การเล่นดนตรีช่วยลดภาวะการแก่ได้ หลังพบว่า นักดนตรีในวัย 45-65 มักมีความจำดี และสามารถได้ยินเสียงพูดที่อยู่ท่ามกลางเสียงจอแจรอบข้างได้ดีกว่าคนที่ไม่ได้เล่นดนตรี โดยรายงานชิ้นนี้ ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร PLoS One ระบุว่า นอกจากดนตรีช่วยให้เด็กเรียนรู้ในห้องเรียนได้ดีขึ้นแล้ว การเรียนดนตรียังช่วยลดผลทางลบของการมีอายุมากขึ้นได้อีกด้วย ซึ่งนินา เคราส์ แห่งห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับประสาทวิทยาด้านการได้ยิน มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์นในสหรัฐ บอกว่า คนที่เล่นดนตรีมาตลอดชีวิต ดูจะได้รับประโยชน์ในเรื่องความจำ และความสามารถในการได้ยินเสียงพูดในท่ามกลางเสียงจอแจ ซึ่งความสามารถสองประการนี้มักลดลงเมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น และคนที่สูญเสียการได้ยินเพราะภาวะชราอาจนำไปสู่อาการโดดเดี่ยวตัวเองและอาการซึมเศร้าได้ dermarine.

dermarine

dermarine เล่นดนตรีช่วยชะลอความแก่ เดอร์มารีน

จาการวิจัย เค้าได้ทดลองบางอย่างกับ นักดนตรี 18 คน และ คนที่ไม่ได้เล่นดนตรี 19 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 45-65 ปี ในเรื่องของการได้ยินเสียงพูด ความจำเกี่ยวกับสิ่งที่ได้ยิน ความจำเกี่ยวกับสิ่งที่ได้เห็น

ซึ่งจากการทดสอบพบว่า คนที่เริ่มเล่นดนตรีตั้งแต่อายุ 9 ขวบหรือก่อนหน้านั้น และยังคงเล่นดนตรีมาตลอดชีวิต ทำคะแนนในเรื่องการได้ยินเสียงพูดในที่จอแจ และความจำของสิ่งที่ได้ยินดีกว่าคนที่ไม่ได้เล่นดนตรี ยกเว้นในเรื่องความจำเกี่ยวกับสิ่งที่ได้เห็น ซึ่งคนทั้งสองกลุ่มทำคะแนนได้พอๆ กัน dermarine

ด้วยเหตุนี้ ดร.เคราส์ จึงสรุปว่า การเล่นดนตรีจะช่วย “ปรับจูน” ระบบประสาท และช่วยลดปัญหาต่างๆ ด้านการสื่อสารซึ่งมาพร้อมกับวัยที่สูงขึ้นได้

เห็นประโยชน์มากมายของการเล่นดนตรีแบบนี้แล้ว ลองหาเครื่องดนตรีที่เราถนัดสักชิ้น หรือที่เราอยากลองเล่นจริงๆ ลองหยิบลองจับมันขึ้นมาดูครับ หรือใครที่เล่นไม่ได้ ก็เปลี่ยนไปร้องเพลงก็ยังได้ครับ รับรองทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ จะดีขึ้นอย่างแน่นอน และความแก่ ความชรา ก็จะมาหาเราช้าลงครับ

วิธีชะลอความแก่ 7 ประการ

วิธีชะลอความแก่ 7 ประการเรื่องความชราที่มาเยือนนั้นเป็นไปตามวัยก็จริง แต่หนุ่มสาวสมัยนี้กลับ “แก่ก่อนวัย” ถึงเป็นที่มาของความเชื่อที่ว่า “ทุกอย่างนั้นอยู่ที่ใจ” เคล็ดลับเหล่านี้ได้จาก น.พ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ สูตินารีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

๑. ต้องไม่อยากแก่… ต้องตั้งใจคงความเป็นหนุ่มเป็นสาวเอาไว้ และต้องปฏิบัติควบคู่ไปทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ
๒. มีใจเป็นหนุ่มสาว.. คือ รักอิสระ มองโลกในแง่ดีและที่สำคัญมีความหวังเสมอ หรือการคบเพื่อนที่อายุน้อยกว่าก็เป็นวิธีการที่ดี
๓. ลดความเครียด.. เลิกเอาคิ้วผูกโบได้แล้ว ลองยิ้มให้มากขึ้น ถ้าไม่รู้จะยิ้มอย่างไรก็ลองยิ้มกับกระจกเงาที่บ้านดูสิ
๔. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ.. ออกกำลังการอย่างน้อย 15 นาทีจะดี
๕. กินอาหารต้านชรา.. พยายามเลือกอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกาย เช่น พืชผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ
๖. นอนหลับเพียงพอ.. เราควรจะนอนให้เพียงพอกับร่างกาย ที่ดีที่สุดควรนอนก่อนสี่ทุ่มจะดีที่สุด
๗. ความรัก.. ความรักเท่านั้นที่จะช่วยให้คนสดชื่น กระชุ่มกระชวย ทั้งความรักของคนหรือสัตว์ ก็จะช่วยให้เราหัวใจเบิกบาน

กินชะลอความแก่

การเติมแต่งใบหน้าและผิวพรรณของคุณด้วยเครื่องสำอางเป็นเพียงการพรางริ้วรอยเหี่ยวย่นที่ปลายเหตุเท่านั้น หากต้องการชะลอความแก่มีผิวพรรณที่ผุดผ่อง สวยเป็นธรรมชาติ dermarine ควรดูแลเอาใจใส่กับการกินเป็นอันดับแรก ผู้หญิงอายุมากจำนวนไม่น้อยกำลังสวยอย่างสง่า มีสุขภาพที่แข็งแรงเนื่องจากการดูแลเรื่องการกินอย่างเป็นระบบ โดยกินให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนทุกหมวดหมู่ และหลีกเลี่ยงอาหารที่กินแล้วก่อให้เกิดความป่วยไข้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันความเจ็บป่วย ได้แก่ อาหารที่มีไขมันสูงเช่น อาหารทอดนานาชนิด ไขมันจากเนื้อสัตว์ต่างๆ และผลิตภัณฑ์นมที่มีไขมันสูง ซึ่งจะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน มากขึ้น เป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการปวดรอบเดือน การเกิดเนื้องอกชนิดเส้นใย และโรคเนื้องอกที่เต้านม สำหรับหญิงวัยหมดประจำเดือนนั้น การกินอาหารที่มีไขมันสูงจะทำให้เกิดโรคมะเร็งเต้านม และโรคเนื้องอกชนิดเส้นใยซึ่งจะนำไปสู่การผ่าตัดอันอาจทำให้เสียชีวิตได้ ฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนที่จะทำให้เนื้องอกเจริญเติบโตได้ดี ดังนั้นเพื่อเป็นการลดระดับของฮอร์โมนดังกล่าว ควรกินอาหารที่มีไขมัน ให้เหลือเพียงร้อยละ 20 ของปริมาณแคลอรีทั้งหมดที่ร่างกายได้รับ นอกจากนี้ อาหารรสเค็มก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ และโรคไต ซึ่งเป็นโรคร้ายที่มักเกิดกับผู้ที่มีอายุมาก ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด และโอกาสที่จะหายขาดนั้นมีน้อยส่วนอาหารที่ควรกิน เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง และช่วยบำรุงผิวพรรณให้สวยงาม ซึ่งได้แก่ อาหารที่มีเส้นใยมากนั่นเอง ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์หลายคนกล่าวว่าอาหารที่มีเส้นใยต่ำอาจทำให้การขับถ่ายผิดปรกติจนทำให้เป็นโรคมะเร็งลำไส้ และมะเร็งเต้านม อีกทั้งอาหารที่มีเส้นใยมากสามารถยับยั้งการดูดซึมไขมันของร่างกาย โดยขับไขมันออกจากลำไส้ซึ่งเป็นการช่วยลดระดับฮอร์โมนเอสโตเจนอีกด้วย ดังนั้นในแต่ละวันเราควรกินอาหารที่มีเส้นใยเพิ่มขึ้นวันละ 20-30 กรัมโดยรับประทานอาหารจำพวกธัญพืชที่ยังไม่ผ่านการขัดสี ถั่ว ฝัก ผลไม้ และผักต่างๆ dermarine.

i pnk สำหรับคุณแม่ที่ได้รับวิตามินจากอาหารน้อยและขาดธาตุเหล็ก

i pnk สำหรับคุณแม่ที่ได้รับวิตามินจากอาหารน้อยและขาดธาตุเหล็ก แพทย์อาจจำเป็นต้องจ่ายยาบำรุง ซึ่งประกอบด้วยวิตามินรวม แร่ธาตุต่าง ๆ และธาตุเหล็กให้คุณแม่ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดแคลเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก คุณแม่จึงควรรับประทานยาบำรุงและธาตุเหล็กตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อสุขภาพของตนเองและลูกน้อยในครรภ์ คนท้องควรกินอะไร
อาหารบํารุงครรภ์ : คุณแม่บางท่านอาจจัดรายการอาหารในแต่ละมื้อแต่ละสัปดาห์ไว้แล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าตนเองจะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนและเพื่อความสะดวกในการเตรียมอาหารสด แต่คุณแม่ไม่ควรวิตกกังวลมากจนถึงกับต้องคำนวณแคลอรีและสัดส่วนของอาหารทุกมื้อ คุณแม่อาจอาศัยความรู้และคำแนะนำที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้นำไปใช้เป็นแนวทางในการเลือกรับประทานและจัดเตรียมอาหาร โดยคำนึงถึงสารอาหารให้ครบทุกหมู่ในแต่ละวัน สลับผลัดเปลี่ยนกันไป หากพยายามรับประทานให้ได้ตามคำแนะนำข้างล่างนี้ ในแต่ละมื้อ คุณแม่อาจรับประทานอาหารไม่ครบทุกหมู่ แต่เมื่อรวมกัน 3-5 มื้อในแต่ละวันแล้ว (อาจแบ่งเป็นมื้อเล็ก ๆ 5-6 ครั้งภายในหนึ่งวันก็ได้) ก็ได้สารอาหารที่ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ เมนูอาหารสำหรับคนท้อง คือ อาหารที่มีโปรตีน 3 มื้อ : เนื้อหมู, เนื้อวัว, เนื้อเป็ด, เนื้อไก่ไม่ติดมัน, เครื่องในไม่มีไขมัน 75 กรัม, เนื้อปลา 100 กรัม, กุ้ง 100 กรัม, ไข่ 3 ฟอง, นม 500 มิลลิลิตร, โยเกิร์ต 340 มิลลิลิตร อาหารจำพวกแป้ง 4-5 มื้อ : ข้าว, ก๋วยเตี๋ยว, ขนมปังธัญพืช, คอร์นเฟล็ก, ถั่วแดง ผักใบเขียวและผลไม้ 3 มื้อ : ผักโขมและบรอกโคลี 25 กรัม, มะเขือเทศ 150 กรัม, พริกหยวก 25 กรัม, แตงโม 50 กรัม, แคร์รอต 13 กรัม, มะม่วง, องุ่น, ส้ม, ถั่ว 250 กรัม, เงาะ, มังคุด, แอปเปิ้ล อาหารที่มีแคลเซียม 4 มื้อ : นมวัว 200 มิลลิลิตร, นมเปรี้ยว 250 มิลลิลิตร, ใบชะพลู, ใบขึ้นฉ่าย, ใบยอ, ผักโขม, มะเขือพวง, กุ้งน้ำจืด, กุ้งแห้ง, ถั่วเหลือง, ถั่วเขียว, เต้าหู้, ปลาซาร์ดีนชนิดมีก้างบรรจุกระป๋อง อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี 2 มื้อ : ฝรั่ง, ส้ม, น้ำมะนาว, องุ่น 1 พวง, มะขามป้อม, พริกหยวก 25 กรัม อาหารที่มีธาตุเหล็ก 2 มื้อ : ตับ, เนื้อแดง, เนื้อปลา, ไข่แดง, ใบชะพลู, ใบตำลึง, ใบกะเพรา, ใบขี้เหล็ก, ใบขึ้นฉ่าย, ชะอม, งา น้ำสะอาดบริสุทธิ์วันละ 8 แก้ว : ควรงดกาแฟและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ i pnk.
i pnk

i pnk อาหารที่คนท้องห้ามกิน i pink
ได้แก่ อาหารรสจัด, อาหารก่อโรคกรดไหลย้อน, อาหารที่ทานแล้วท้องผูก, อาหารที่มีไขมันสูง, อาหารสำเร็จรูป, อาหารที่เก็บไว้ได้นาน, ผงชูรส, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ชา กาแฟ น้ำอัดลม ฯลฯ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความเรื่อง 17 อาหารที่คนท้องห้ามกิน & คนท้องห้ามกินอะไรบ้าง ?? ไอพิ้ง
ผลไม้สำหรับคนท้อง
กล้วย : เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 6 และวิตามินซี และยังมีสารสำคัญที่ช่วยผ่อนคลายอารมณ์ ทำให้คุณแม่อารมณ์ดี มีใยอาหารสูงที่ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย
ฝรั่ง :อุดมไปด้วยวิตามินซีและวิตามินเอ ช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคหวัด ช่วยบำรุงเหงือกและฟันให้แข็งแรง
แอปเปิ้ล : อุดมไปด้วยเกลือแร่และวิตามิน ช่วยควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด ลดระดับคอเลสเตอรอล และช่วยกระตุ้นการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระให้ทำงานได้ดีขึ้น i pnk
มะละกอสุก : อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ แคโรทีน วิตามินซี ฟลาโวนอยด์ วิตามินซี สารโฟลิก ธาตุโพแทสเซียม แมกนีเซียม และเส้นใยอาหาร เป็นผลไม้ที่เหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีปัญหาเรื่องท้องผูก
มะม่วงสุก : อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน ฟอสฟอรัส และแคลเซียม ช่วยในการสร้างกระดูกและฟันให้กับทารกในครรภ์ และบำรุงกระดูกและฟันของคุณแม่ให้แข็งแรง
มะพร้าว : อีกหนึ่งผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก เช่น โปรตีน กลูโคส และแคลเซียม และยังช่วยแก้อาการอ่อนเพลียและดับกระหายได้ดี
แตงโม : เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม มีสรรพคุณช่วยควบคุมอัตราความดันโลหิตของร่างกาย และยังมีวิตามินซีธรรมชาติที่ดีต่อร่างกาย
ส้ม : ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ช่วยป้องกันหวัดและช่วยในเรื่องการขับถ่ายได้ดี
สับปะรด : มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี เบต้าแคโรทีน i pnk และแมงกานีส ช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และช่วยป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระ
ลูกพรุน : อีกหนึ่งผลไม้ที่เหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีปัญหาเรื่องโลหิตจาง เพราะในลูกพรุนจะมีธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบหลัก จึงช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง และยังมีวิตามินบี 2 ที่จะช่วยสร้างแคลเซียม ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง
ผลไม้คนท้อง

ผลไม้ที่คนท้องไม่ควรรับประทาน
มะม่วงดิบ จะย่อยได้ยากกว่ามะม่วงสุก ซึ่งอาจทำให้คุณแม่เกิดอาการแน่นท้องได้ (ในช่วงที่คุณแม่ตั้งครรภ์ในไตรมาส 2-3 ยิ่งควรหลีกเลี่ยง เพราะช่วงนี้มดลูกจะโตขึ้นจนเบียดกระเพาะอาหาร ทำให้กระเพาะอาหารย่อยได้ช้าลง) ส่วนมะม่วงสุกไม่มีข้อห้ามอะไรครับ ทานได้ตามปกติ แต่ไม่ควรทานบ่อยหรือทานในปริมาณมาก ๆ
ทุเรียน อีกหนึ่งผลไม้ที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะทำให้เกิดแก๊สในลำไส้ได้มาก อาจทำให้คุณแม่มีอาการจุกเสียดแน่นท้องหรือแน่นหน้าอกได้ แม้จะไม่เป็นอันตรายมากนัก แต่ก็สร้างความทรมานได้มากเหมือนกัน
ผลไม้รสหวานจัด เช่น ลำไย เงาะ มะม่วงสุก มะละกอสุก น้อยหน่า อินทผลัม เป็นต้น ส่วนนี้ไม่ได้ห้ามนะครับ ถ้าไม่อยากน้ำหนักตัวเพิ่มแบบไม่ทันตั้งตัวและเสี่ยงเป็นเบาหวาน ก็ขอให้ลดปริมาณลงครับ นาน ๆ จะกินครั้งหนึ่งก็ไม่เป็นอะไร
ผลไม้แปรรูปหรือผลไม้ดองต่าง ๆ

ปัญหาเรื่องการกินกับคุณแม่ตั้งครรภ์
ภาวะขาดสารอาหาร : ความเชื่อที่ว่าหากบำรุงร่างกายมากเกินไปจะทำให้คุณแม่เสียทรวดทรง ทำให้ลูกหัวโตและคลอดได้ยาก หรือคิดว่าถ้ากินน้อย ๆ ลูกจะได้ตัวเล็กและคลอดได้ง่าย ๆ นั้น ไม่เป็นความจริงนะครับ เพราะถ้าคุณแม่ได้รับอาหารอย่างถูกสัดส่วน น้ำหนักตัวมักจะเพิ่มขึ้นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว อีกอย่างขนาดของลูกน้อยเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าจะคลอดได้ง่ายหรือยาก แต่กลับกันครับ นอกจากลูกจะแข็งแรงและมีความอดทนต่อภาวะการคลอดได้ดีแล้ว เมื่อคลอดออกมายังทำให้เลี้ยงดูได้ง่ายกว่าคุณแม่ที่คลอดลูกน้ำหนักน้อยหรือคลอดก่อนกำหนดเนื่องจากการขาดสารอาหารเสียอีก

จากการศึกษาในระยะยาวพบว่า โภชนาการเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยส่งเสริมพันธุกรรม ถ้าคุณแม่มีโภชนาการไม่ดีมาทั้งก่อนและในระหว่างการตั้งครรภ์ เมื่อลูกน้อยคลอดออกมามีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 2,500 กรัม จะเกิดผลเสียค่อนข้างถาวร เพราะอาหารจากแม่ที่ส่งผ่านทางรกจะเป็นตัวกำหนดพัฒนาการของลูกน้อย โดยเฉพาะการพัฒนาของอวัยวะต่าง ๆ (ในช่วง 3-6 เดือน ถ้าคุณแม่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ลูกจะต้องปรับตัวในการดูดซึมสารอาหารมากยิ่งขึ้น และภาวะดังกล่าวจะติดตามไปในระยะยาว เมื่อลูกโตเป็นผู้ใหญ่จะมีโอกาสเป็นโรคความดันโลหิตสูง เส้นเลือดในหัวใจตีบตัน และโรคอ้วนมากกว่าคนทั่วไป อีกทั้งยังพบด้วยว่าตับอ่อนของลูกจะด้อยประสิทธิภาพลง และส่งผลให้ลูกเป็นโรคเบาหวานได้ง่ายในอนาคต) ดังนั้น การที่คุณแม่ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างครบถ้วนและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จะมีอิทธิพลต่อการพัฒนาสมอง สติปัญญาและความเฉลียวฉลาดของลูกน้อย และเป็นจุดเริ่มต้นให้ลูกน้อยเจริญเติบโตได้อย่างแข็งแรงสมบูรณ์ ลูกจะมีขนาดกำลังดี อารมณ์ดี เลี้ยงดูได้ง่ายกว่า ตื่นตัวดีกว่า แรงดีกว่า และไม่ขี้โรคเจ็บออดแอด เพราะในช่วงเวลา 9 เดือนของการตั้งครรภ์นั้นถือเป็นช่วงที่มีการพัฒนาและแบ่งตัวของเซลล์สมองของลูกน้อยอย่างรวดเร็ว “เมื่อคลอดออกมาแล้วเซลล์สมองจะไม่มีการเพิ่มจำนวนแต่อย่างใด” แต่จะมีการเพิ่มขึ้นของขนาดและน้ำหนักตัวแทน i pnk.

ginza ลดน้ำหนัก การลดน้ำหนัก เป็นความพยายามที่ใครหลาย ๆ คน

ginza ลดน้ำหนัก การลดน้ำหนัก เป็นความพยายามที่ใครหลาย ๆ คนต่างก็ล้มเหลวกับมันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แม้บางคนจะมีความตั้งใจจริง แต่ก็ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ตามที่หวังเอาไว้ เพราะส่วนหนึ่งนั้นมาจากการตั้งใจที่ผิดวิธี มีความเชื่อแบบผิด ๆ และมีพฤติกรรมบางอย่างที่ส่งผลต่อน้ำหนักแบบที่คุณไม่รู้ตัว บทความนี้จะเผยเคล็ดลับ และทำให้คุณลดน้ำหนักได้อย่างเห็นผล โดยที่คุณไม่ต้องอดอาหารและไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายเลยก็ได้ เอาล่ะ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าปัญหาเรื่องความอ้วนที่ประสบอยู่ในขณะนี้มันเป็นเรื่องที่ยากเกินจะแก้ไข หรือเกินความพยายามของคุณ ผมอยากจะบอกคุณว่า ความจริงแล้วการลดน้ำหนักนั้นมันไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่หลาย ๆ คนกังวลแต่อย่างใด เพียงแต่เราต้องรู้วิธีการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง แล้วนำมันไปปฏิบัติใช้ให้ได้อย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ มันก็จะช่วยทำให้คุณได้พบกับรูปร่างใหม่ที่ผอมเพรียวอย่างคนมีสุขภาพดีได้ ซึ่งรับรองได้เลยว่า 79 วิธีนี้จะช่วยทำให้คุณประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักอย่างได้ผลในระยะยาวอย่างแน่นอน (จริง ๆ มีเยอะกว่านี้มากครับ แล้วจะนำมารวบรวมเพิ่มให้ภายหลังนะครับ) เคล็ดลับการลดน้ำหนัก ทำไมลดน้ำหนักไม่ลง ? มีคนบางประเภทที่พยายามลดความอ้วน แต่ก็ไม่สามารถลดความอ้วนได้ เพราะว่านิสัยของตัวเองนั้นเป็นเหตุ ดังนั้น หากเราต้องการจะลดความอ้วน เราก็ควรละเลิกนิสัยดังต่อไปนี้
เลือกกิน เฉพาะอาหารที่ตนชอบ โดยไม่ยอมกินอาหารแบบอื่นที่มีประโยชน์ต่อการลดน้ำหนักเลย ดังนั้น แม้ว่าเราจะไม่ชอบกินอาหารชนิดไหน แต่ถ้ามันมีประโยชน์ก็ให้ฝืนกินไปเถอะ กินไม่เลือก คุณเป็นคนที่กินทุกอย่างที่ขวางหน้าหรือเปล่า ไม่ว่าอาหารนั้นจะมีประโยชน์หรือไม่ก็ตาม ดังนั้น คุณควรปรับระดับการกินมาอยู่ที่ความพอดี กินอย่างพอเพียง ไม่มากหรือน้อยเกินไป
ความอดทนต่ำ ความอดทนเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่ช่วยทำให้เราประสบความสำเร็จ เราจึงต้องมีความอดทนต่อสิ่งยั่วยุต่าง ๆ อย่างเช่นอาหารที่ให้คุณค่าทางอาหารต่ำและมีปริมาณของน้ำตาลและไขมันสูงให้ได้ ginza ลดน้ำหนัก.

ginza ลดน้ำหนัก
ginza ลดน้ำหนัก ไม่มีความพยายาม การออกกำลังกายนั้นเป็นสิ่งสำคัญรองลงมาจากการควบคุมอาหาร ถ้าคุณออกกำลังกายบ้างไม่ออกบ้าง ในที่สุดเราก็จะกลายเป็นไม่ออกกำลังกายไปเลย ดังนั้น เราจะต้องบังคับตัวเองให้ได้ และพยายามจัดตารางออกกำลังกายในแต่ละวัน
เป็นคนขี้เกียจ ในความเป็นจริงแล้ว คนที่ขี้เกียจมักจะอ้วนก็ไม่ผิด เพราะว่าวัน ๆ จะไม่ค่อยได้ทำอะไร นอกจากกินแล้วก็นอนดูทีวี ดังนั้น ถ้าเราไม่อยากอ้วนก็ให้ลุกขึ้นมาทำโน่นทำนี่บ้าง เพื่อเป็นการเผาผลาญไขมันในร่างกาย กินซ่า ลดน้ำหนัก
ชอบผัดวันประกันพรุ่ง การคิดว่าพรุ่งนี้จะลดความอ้วน เป็นความคิดที่แย่และผิด เพราะส่วนใหญ่ของผู้ที่คิดแบบนี้จะไม่สามารถลดความอ้วนได้ประสบความสำเร็จ เพราะมีความอดทนและความพยายามไม่พอ ดังนั้น ถ้าเราอยากลดน้ำหนักให้ได้ ก็ควรจะตั้งอกตั้งใจทำตามแผนที่วางไว้ให้ได้ ginza ลดน้ำหนัก
ท้อแท้ง่าย แม้ว่าคุณจะลดน้ำหนักได้ช้า ขึ้น ๆ ลง ๆ ไปบ้าง แต่ก็อย่าท้อใจเด็ดขาด เพราะการควบคุมอาหารและออกกำลังกายจะไม่ได้ผลในทันที เพราะการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงขึ้น น้ำหนักของเราที่เคยมาจากไขมันส่วนเกิน มันก็จะกลายเป็นน้ำหนักที่มาจากกล้ามเนื้อแทน
มักเสียดายของ ไม่ว่าจะซื้อขนมหรือว่ากินอาหารที่ไหน เมื่อมีของเหลืออยู่ก็จะพยายามกินให้หมด แม้ว่าเราจะรู้สึกเสียดายแค่ไหน แต่ถ้ารู้สึกเริ่มอิ่มหรือว่ากินอย่างพอเพียงแล้วก็ควรจะหยุดกิน เพราะถ้าเรากินอาหารมากเกินไป จะทำให้อาหารเหล่านั้นกลายเป็นของเหลือในร่างกายที่จะแปรเปลี่ยนเป็นไขมันส่วนเกิน
สร้างกำลังใจและแรงผลักดัน การลดน้ำหนักจะต้องใช้แรงใจและแรงผลักดันอย่างมาก เพราะเราต้องทนกับสิ่งยั่วยุต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้เรานึกอยู่เสมอว่า สิ่งยั่วยุเหล่านั้นจะทำให้เราอ้วนและดูน่าเกลียด ซึ่งเราอาจจะมีชุดที่เราชอบมาก ๆ และคิดว่าน่าจะเหมาะกับเราถ้าเราผอมกว่านี้ ดังนั้น ให้เรานำชุดมาแขวนเอาไว้หน้ากระจกแล้วก็ท่องว่าเราจะต้องใส่ชุดนี้ให้ได้ แต่อย่าเอาชุดต่างไซส์กันจนเกินไปมาเป็นแรงผลักดันล่ะ เพราะเราอาจจะหมดกำลังใจไปก่อน
ตั้งเป้าหมายอย่างสมเหตุสมผล เช่น เราหนัก 55 กิโลฯ แต่สูงเพียง 155 เซนติเมตร ซึ่งดูอวบไปนิด เราอาจตั้งเป้าหมายใหญ่ว่าจะลดน้ำหนักให้ได้ 10 กิโลกรัม จากนั้นเราอาจจะตั้งเป้าหมายย่อยอีกว่าในเดือนนี้จะลดให้ได้ก่อนสัก 3 กิโลกรัมเป็นอย่างต่ำ เมื่อครบเดือนและเราสามารถทำได้อย่างที่ตั้งใจ เราก็จะมีกำลังใจที่จะลดน้ำหนักต่อไป (อย่าพยายามตั้งเป้าหมายที่ไกลเกินไป เพราะถ้าเราทำไม่ได้ เราจะท้อแท้และหมดกำลังใจเสียก่อน)
สะกดจิตตัวเอง เมื่อเราตัดสินใจที่จะลดความอ้วนแล้ว เราคงจะไม่พอใจรูปร่างของตัวเองสักเท่าไร การหันมามองตัวเองในกระจกทุกวันก็เท่ากับเป็นการย้ำเตือนตัวเองให้ลดน้ำหนักได้แล้ว และเมื่อเราอยากกินอะไรที่มีไขมันและน้ำตาลสูง ก็ให้มองกระจกดูตัวเองพร้อมกับถามตัวเองว่า หากเรากินเจ้าสิ่งนี้เข้าไป ginza ลดน้ำหนัก เราจะต้องรับพลังงานเข้าไปกี่กิโลแคลอรี และต้องออกกำลังกายนานแค่ไหนถึงจะเผาผลาญไปหมด หรืออาจมีแผนสำรองด้วยการเอารูปตอนที่เราอ้วนสุด ๆ ขึ้นมาดู แล้วถามตัวเองซ้ำว่า อยากกลับไปเป็นแบบนั้นอีกครั้งหรือ ? เมื่อถามตัวเองได้อย่างนั้น ก็สรุปในใจตัวเองว่า ในเมื่อผลร้ายมันมากกว่าผลดี แล้วเรายังอยากกินมันอยู่ไหม ? ถ้าคำตอบคือไม่ ก็แสดงว่าเราสะกดจิตตัวเองสำเร็จแล้วล่ะ
อย่าฝืนตัวเองจนตบะแตก เป็นกับหลาย ๆ คนที่เวลาลดความอ้วนจะพยายามอดทุกอย่าง แม้แต่ของที่ตัวเองชอบมาก ๆ แต่ยิ่งกินไม่ได้ ทำให้ในใจก็ยิ่งโหยหา พอเวลาผ่านไป วันหนึ่งเกิดตบะแตกจนกินอาหารที่ตัวเองชอบอย่างแหลกลาญ แล้วมานั่งเสียใจภายหลัง ทำให้บางคนถึงกับเลิกลดน้ำหนักไปเลย เพราะหมดกำลังใจ ซึ่งในที่นี้จะขอแนะนำว่าเราไม่ควรจะลดความอ้วนกันแบบหักดิบ แต่จะควรลดอย่างค่อยเป็นค่อยไป ถ้าเราต้องการจะกินของโปรดก็ให้กินได้ แต่กินทีละน้อย อาจจะแค่ 2-3 คำ และก็ห้ามกินบ่อย ให้กินแค่สัปดาห์ละครั้ง จากนั้นจึงค่อย ๆ ห่างหายกันไปจนกระทั่งนาน ๆ ทีถึงจะอยากกิน
จงท่องให้ขึ้นใจ หากใครยังค้นหาแรงจูงใจในการลดน้ำหนักไม่ได้หรือกำลังพยายามหาข้ออ้างให้ตัวเองโดยไม่ลดน้ำหนัก ก็ขอให้ท่องประโยคนี้ไว้เลยว่า “น้ำหนักที่เกินพอดีนอกจากจะมีผลด้านความสวยงามทำให้ดูไม่ดีแล้ว ทำอะไรก็ขาดความคล่องตัว เหนื่อยง่ายกว่าคนปกติ มันยังเป็นสาเหตุของการเกิดโรคได้สารพัด เช่น โรคหัวใจ โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็งทรวงอก โรคไขข้อเสื่อม ฯลฯ“
หาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ถ้าหากเรามีเพื่อน เวลาที่เราเกิดตบะแตกขึ้นมา เพื่อนก็จะช่วยกระตุ้นความรู้สึกและความอยากของเราไม่ให้มีมากจนเกินไปได้ เวลากินก็กินด้วยกัน ก็จะช่วยเพิ่มความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น หรือเวลาไปออกกำลังกายก็จะได้ไม่โดดเดี่ยว เพราะอย่างไรสองหัวก็ดีกว่าหัวเดียวอยู่แล้วล่ะ หรือจะออกกำลังกายภายในครอบครัวก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีเช่นกัน ที่จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวได้เป็นอย่างดี ซึ่งเราอาจจะชวนลูก ชวนหลาน พี่น้อง หรือพ่อแม่มาเล่นกีฬาด้วยกันก็ได้ เช่น เดินเล่นในสวนสาธารณะ วิ่งตอนเช้า ตีแบดฯ ตอนเช้า ฯลฯ ginza ลดน้ำหนัก.

sun brand ปัจจุบันคนเราได้รับสารพิษมากมาย เช่น สารเคมี

sun brand ปัจจุบันคนเราได้รับสารพิษมากมาย เช่น สารเคมี ยาปฏิชีวนะ สารเร่งการเจริญเติบโต สี ฝุ่น รังสี ธรรมชาติบำบัดหมายถึงการดูแลรักษาร่างกายและใจโดยขบวนการธรรมชาติ โดยมีพื้นฐานความคิดว่าโรคทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นโรคทางกายหรือโรคทางใจ สามารถรักษาตนเองได้ถ้าหากร่างกายเราอยู่ในสภาพสมดุล สังคมปัจจุบันเน้นเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญให้คนเราเกิดความอยากจนเกิดพอดี เกิดความไม่สมดุลของความอยากได้กับความเป็นจริง เกิดความเครียดเพราะไม่สมหวัง หรือล้มเหลว มีความรีบเร่งมากเกินไป หักโหมเกินไป ออกกำลังกายไม่เพียงพอ อาหารก็มีสารเจือปนด้วยสารเคมี เช่นฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต ยาปฏิชีวนะ สารเคมีกำจัดแมลงหรือวัชพืช อากาศเต็มไปด้วยฝุ่น สารเคมี เชื้อโรค สิ่งต่างๆเหล่านี้จะทำให้เกิดโรค มะเร็ง ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดหัวใจตีบ ภูมิแพ้ เบาหวาน หอบหืด จะเห็นว่าร่างกายเราได้รับสิ่งที่เป็นพิษทั้งทางด้านจิตใจ ทางปาก ลมหายใจคนได้สารพิษอย่างไร คนเราได้สารพิษสองวิธี คือ ได้ สารพิษจากสิ่งแวดล้อม เช่นจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไปมีสารเคมีหรือสารปนเปื้อน หรือจากทางลมหายใจสารพิษเข้าไป สารพิษที่เกิดจากร่างกายของเราเองซึ่งมีแหล่งที่มาได้ดังนี้ สารการสันดาปของร่างกายทำให้ได้ของเสียเช่นสารอนุมูลอิสระซึ่งต้องถูกขับออกจากร่างกาย เมื่อร่างกายขับไม่ทัน สารอนุมูลอิสระเหล่านี้จะทำให้เกิดโรคที่อวัยวะต่างๆ ของเสียที่เกิดจากเชื้อที่อยู่ในลำไส้ ของเสียที่เกิดจากความเครียด ความกังวล หากร่างกายได้รับสารพิษด้วยอัตราเท่ากับที่ร่างกายสามารถทำลายก็จะไม่เกิดโรค หากร่างกายได้รับสารพิษเกิดความสามารถ ที่ร่างกายจะกำจัดออกก็จะทำให้เกิดโรค sun brand.

sun brand

sun brand ขบวนการขับสารพิษออกจากร่างกาย sun powder

ร่างกายเราสามารถขับสารพิษออกจากร่างกายได้โดยทาง ซันพาวเดอร์

ทางระบบหายใจได้แก่ จมูก ไซนัส หลอดลม ปอด
ทางผิวหนังได้แก่ ทางเหงื่อ ต่อมไขมันใต้ผิวหนัง น้ำตา
ทางระบบปัสสาวะได้แก่ ทางปัสสาวะ
ทางเดินอาหารได้แก่ ทางอุจาระ ถุงน้ำดี ตับ
ทางระบบน้ำเหลือง
ร่างกายเรามีขบวนการกำจัดสารพิษด้วยตัวเอง sun brand

เมื่อเราเกิดโรคจะมีอาการต่างๆเกิดขึ้น อาการดังกล่าวจะเป็นการกำจัดสารพิษที่เข้าสู่ร่างกายเช่น

ระบบหายใจ เมื่อเราเป็นหวัด ปอดบวมหรือเป็นภูมิแพ้ ร่างกายจะกำจัดสิ่งแปลกปลอมหรือสารพิษโดยการจาม ไอ ซึ่งจะขับสารพิษออกมา การรับประทานยาแก้ไอแรงๆจะทำให้ร่างกายไม่สามารถขับสรพิษออกมาได้
การมีไข้เวลาเป็นหวัดก็คือขบวนการทำลายเชื้อโรค
การที่เราท้องเสียเมื่อรับประทานอาหารที่ไม่สะอาดก็เป็นกระบวนการขับสารพิษออกจากร่างกาย ดังนั้นไม่ควรซื้อยาที่ทำให้หยุดถ่ายเพราะสารพิษจะถูกขับออกช้าและบางส่วนถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด
จะเห็นได้ว่าร่างกายเราสามารถกำจัดสารพิษได้หลายระดับตั้งแต่ระบบหายใจ ระบบขับถ่าย เป็นต้น ขบวนการกำจัดสารพิษก็มีได้หลายวิธี เช่น การขับออก เช่นทางปัสสาวะ อุจาระ เหงื่อ การทำให้สารพิษสลายเช่นสารต้านอนุมูลอิสระ สำหรับด้านจิตใจก็เป็นสิ่งสำคัญ หากเรามีแต่ความวิตกกังวล มองโลกในแง่ร้ายชีวิตก็จะมีแต่ควาทุกข์ โกรธ เมื่อเราสามารถเปลี่ยนความคิดชีวิตจะมีแต่การให้อภัย ความรัก ความสุข(อ่านที่นี่)

การสลายสารพิษ

ปัจจุบันคนเราอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่อุดมไปด้วยสารพิษมากมายเช่น ยากำจัดวัชพืช ยาฆ่าแมลง สีและกลิ่นสังเคราะห์ สารปรุงแต่ง สารกันบูด ทำให้การทำงานของร่างกายได้รับผลกระทบ จึงจำเป็นต้องมีการสลายสารพิษหรือที่เรียกว่า Detoxification therapy

วิธีการสลายพิษ

การสลายพิษหมายถึงการที่เราเร่งให้เกิดการกำจัดสารพิษเพิ่ม เช่นการดื่มน้ำเพิ่มเพียงวันละแก้ว การรับประทานอาหารผักเพิ่ม หรืออาจจะทำการสลายพิษโดยการอดอาหารอย่างเต็มที่ แต่ต้องระวังอย่าให้มากเกินไปซึ่งอาจจะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย การสลายพิษทำได้หลายวิธี แต่ก่อนการรักษาแพทย์จะซักประวัติการเจ็บป่วยของท่านและครอบครัว หลังจากนั้นก็จะตรวจร่างกาย ตรวจเลือดและปัสสาวะ แพทย์บางท่านอาจจะนำเส้นผมไปตรวจหาสารโลหะหนักก่อนให้การรักษา วิธีการสลายพิษทำได้ดังนี้

CHELATION

โดยมีความเชื่อว่าสารโลหะหนักในร่างกายจะทำให้เกิดพิษต่อร่างกาย นอกจากนี้ยังนำวิธีการนี้มารักษาโรคหลอดเลือดแข็งเพราะการทำ CHELATION นอกจากจะนำเอาโลหะหนักออกจากร่างกายแล้วยังนำแคลเซียมซึ่งเป็นเหตุให้หลอดเลือดแข็งออกจากร่างกาย วิธีการก็ไม่ยากเพียงแต่นอนให้สาร ethylenediaminetetraacetic acid (EDTA) เป็นเวลา 3-4 ชั่วโมงโดยทำทั้งหมด 20-50 ครั้งใน 1-3 สัปดาห์

การสวนล้างพิษ

การจำกัดอาหารเพื่อล้างพิษ

การอดอาหารเพื่อล้างพิษเป็นทางเลือกหลักของธรรมชาติบำบัด การอดอาหารประเภทโปรตีน แป้งและไขมันจะทำให้ร่างกายปรับสมดุล ให้รับประทานเพียงผักและผลไม้เท่านั้นบางคนอาจจะอดนาน 7 วัน บางคนอด 14 วัน บางคนอาจจะอดนาน 21 วันแล้วแต่อาการของโรค การเลือกการอดอาหารขึ้นกับความรุนแรงของโรค ความแข็งแรงของผู้ป่วย ในรายที่เพิ่งจะเริ่มอดให้รับประทานผักและผลไม้ ส่วนผู้ที่เริ่มมีประสบการณ์อาจจะอดด้วยน้ำผลไม้ ส่วนที่แข็งแรงก็อาจจะให้ดื่มน้ำเปล่า ก่อนอดอาหารต้องเตรียมพร้อมก่อน

ให้รับประทานผักและผลไม้เป็นเวลา 3 วัน
หลังจากนั้น 4 วันแรกให้รับประทานน้ำเปล่าอย่างเดียว sun brand (ขึ้นกับความแข็งแรงและความรุนแรงของโรค อาจจะใช้ผลหรือผลไม้ หรือน้ำผลไม้น้ำผักแทน)
ให้ดื่มน้ำผึ้งผสมมะนาว 3 วัน
3 วันสุดท้ายให้ดื่มน้ำผลไม้ จากนั้นจึงค่อยๆปรับร่างกายโดยรับประทานผักสดและผลไม้
ในระหว่างที่อดหรือลดอาหารอาจจะมีกิจกรรมอื่น เช่น การฟังเพลง การวาดรูป การทำงานฝีมือ การทำโยคะ ชี่กง

ระหว่างหรือหลังการรักษาควรจะงดสารเคมี การฟอกย้อม น้ำตาล บุหรี่ สุรา บางท่านแนะนำให้หยุดยา(คุณต้องปรึกษาแพทย์ของท่านก่อนหยุดยาทุกครั้ง) ในการอดอาหารจะมีประโยชน์ในผู้ป่วยที่อ้วน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เครียด นอนไม่หลับ สำหรับท่านที่จะอดอาหารต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

HYPERTHERMIA AND HYDROTHERAPY TREATMENTS

การขับสารพิษโดยใช้ความร้อน โดยการนั่งอยู่ใน sauna หรืออ่างน้ำอุ่นแล้วตามด้วยการแช่น้ำเย็นหรืออาบน้ำเย็น ข้อต้องระวังการอบร้อนจะเป็นอันตรายท่านต้องศึกษาให้ดีก่อนว่าจะไม่เป็นอันตรายต่อตัวท่าน หากท่านมีโรคประจำตัวต้องปรึกษาแพทย์ของท่าน
การให้วิตามิน

การล้างสารพิษแพทย์ที่รักษาโรคด้วยวิธีนี้มักจะให้วิตามิน ซี ปริมาณมากบางท่านก็อาจจะให้วิตามิน เอ บี วิตามินอีและแร่ธาตุ zinc, selenium, potassium, magnesium. L-cysteine และ methionine

แต่อย่างไรก็ตามการขับสารพิษด้วยวิธีดังกล่าวก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ว่าได้ประโยชน์ในการรักษาโรคตามที่กล่าวอ้าง นอกจากนั้นก็ยังจะเกิดผลเสียต่อสุขภาพด้วยไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธี chelation การสวนด้วยกาแฟ การให้ดื่มแต่น้ำผักหรือน้ำผลไม้เนื่องจากร่างกายจะขาดสารอาหาร ภูมิต้านทานต่ำ ดังนั้นควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง sun brand.

deer อาหารเสริมบำรุงกระดูก แคลเซียม (Calcium) เป็นแร่ธาตุที่มีอยู่ในร่างกายมาก

deer อาหารเสริมบำรุงกระดูก แคลเซียม (Calcium) เป็นแร่ธาตุที่มีอยู่ในร่างกายมากกว่าแร่ธาตุอื่น ๆ แคลเซียมและฟอสฟอรัส จะทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง โดนอัตราส่วนของแคลเซียมเท่ากับ 2 : 1 ของฟอสฟอรัส แคลเซียมและแมกนีเซียมจะทำงานร่วมกันเพื่อสุขภาพที่ดีของหัวใจและเส้นเลือดโดย 20% ของแคลเซียมในกระดูกของวัยผู้ใหญ่จะถูกย่อยสลายและสร้างใหม่ทุกปี นอกจากนี้ร่างกายจำเป็นต้องมีวิตามินดี ที่เพียงพอ แคลเซียมจึงจะดูดซึมได้ดี โดยวิตามินรวมและแร่ธาตุในอาหารเสริมที่มีคุณภาพส่วนมากจะมีแคลเซียมอยู่ด้วยแหล่งที่พบแคลเซียมตามธรรมชาติ ได้แก่ นมและผลิตภัณฑ์จากนมทุกชนิด ชีส เต้าหู้ ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ถั่วแห้ง วอลนัต เมล็ดทานตะวัน ผักเคล บรอกโคลี กะหล่ำใบเขียว ปลาซาร์ดีน ปลาแซลมอน เป็นต้น
ผลเสียของการรับประทานแคลเซียมมากเกินขนาด หากรับประทานมากกว่า 2,500 มิลลิกรัมต่อวัน อาจทำให้เกิดภาวะแคลเซียมในเลือดสูงได้ มีอาการท้องผูก และเพิ่มความเสี่ยงของนิ่วในไตและการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ โดยศัตรูของแคลเซียม ได้แก่ การรับประทานอาหารที่มีไขมัน อาหารที่มีกรดออกซาลิก (เช่น ช็อกโกแลต ผักโขม ผักบีต) และกรดไฟติก ในปริมาณมากจะขัดขวางการดูดซึมของแคลเซียมในร่างกายคำแนะนำในการรับประทานแคลเซียมขนาดที่แนะนำให้รับประทานสำหรับผู้ใหญ่ต่อวันคือ 1,200 มิลลิกรัม สำหรับหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรอยู่ที่ 1,200 – 1,500 มิลลิกรัม และสำหรับผู้สูงอายุวันละ 1,500 มิลลิกรัม
แคลเซียมในรูปแบบอาหารเสริมมีจำหน่ายแบบเม็ดขนาดตั้งแต่ 250 – 500 มิลลิกรัม รูปแบบของแคลเซียมที่ดีที่สุดคือ ไฮดร็อกซีอะพาไทต์, แคลเซียมซิเทรต, แคลเซียมไฮโดรเจนฟอสเฟต (ซึ่งแคลเซียมซิเทรตให้ปริมาณแคลเซียมมากที่สุด โดยมีวางจำหน่ายในรูปแบบเคี้ยวในรสชาติต่าง ๆ และแบบเม็ดที่ละลายได้ในน้ำ) deer อาหารเสริมบำรุงกระดูก.

deer อาหารเสริมบำรุงกระดูก
deer อาหารเสริมบำรุงกระดูก แคลเซียมกลูโคเนต (แบบมังสวิรัติ) หรือแคลเซียมแล็กเทต (อนุพันธ์ของแล็กโทส) เป็นอาหารเสริมที่ไม่มีตะกั่วเจือปน และดูดซึมได้ง่าย โดยกลูโคเนตจะมีประสิทธิภาพสูงกว่าแล็กเทต
อักษรย่อบนฉลากอาหารเสริม USP (U.S. Phamacopeia) มีไว้เพื่อบ่งบอกว่าอาหารเสริมชนิดนั้นได้ผ่านมาตรฐานการตรวจสอบว่าสามารถละลายได้หมดภายใน 30 นาที
การรับประทานแคลเซียมร่วมกับแมกนีเซียม ควรมีแคลเซียม 2 ส่วนต่อแมกนีเซียม 1 ส่วน
หากคุณรับประทานยาปฏิชีวนะ อาจทำให้ประสิทธิภาพของแคลเซียมในอาหารเสริมลดลง
หากมีอาการปวดหลังเรื้อรัง การรับประทานแคลเซียมเสริมสามารถช่วยได้
ผู้ที่ปวดท้องประจำเดือน หากรับประทานแคลเซียมเสริมจะช่วยบรรเทาอาการได้
การเคี้ยวกระดูกอ่อนไก่ก็ได้รับแคลเซียมเช่นกัน deer อาหารเสริมบำรุงกระดูก
หากรับประทานแคลเซียม 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน แล้วพบว่าเป็นโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ควรจะหาน้ำแครนเบอร์รี่มาดื่มด้วย เพราะสามารถป้องกันไม่ให้แบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการติดเชื้อเกาะที่ผนังเซลล์ของทางเดินปัสสาวะได้
วัยรุ่นที่มีอาการเจ็บกระดูกซึ่งเป็นผลมาจากการเจริญเติบโต การรับประทานแคลเซียมเสริมจะช่วยให้อาการดีขึ้น
การรับประทานแคลเซียมเสริมในปริมาณมากทุกวันเป็นระยะเวลานาน จะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญของไขมันที่รับประทานเข้าไปได้
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำทำให้ร่างกายใช้แคลเซียมมากขึ้น ควรรับประทานแคลเซียมซิเทรตในปริมาณ 1,500 มิลลิกรัม
การดื่มน้ำอัดลมมาก ร่างกายจะสูญเสียแคลเซียมและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน
แคลเซียมจะทำงานร่วมกับวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินดี ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ได้ดีที่สุด
แคลเซียมจะถูกดูดซึมได้ดีที่สุดหากรับประทานหลังอาหารและก่อนนอน
หากจะรับประทานแคลเซียมตอนท้องว่าง deer อาหารเสริมบำรุงกระดูก หรือสำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ควรรับประทานเป็นแคลเซียมซิเทรตและ แคลเซียมไฮดร็อกซีอะพาไทต์จะดีที่สุด
การรับประทานแคลเซียมชนิดที่แตกตัวได้ไม่ดีอาจจะก่อให้เกิดโทษได้ เช่น ข้อตึง ผนังเส้นเลือดแดงแข็ง
ร่างกายไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมเกิน 500 มิลลิกรัมได้ในมื้อเดียว ดังนั้นควรแบ่งรับประทานออกเป็นมื้อ ๆ
ร่างกายจะต้องการแคลเซียมมากขึ้น หากคุณนอนอยู่บนเตียงตลอดมากกว่า 1 สัปดาห์
การรับประทานแคลเซียมและแมกนีเซียมเสริมกันก่อนเข้านอนจะช่วยให้นอนหลับได้ดียิ่งขึ้น
ประโยชน์ของแคลเซียม
แคลเซียมช่วยให้กระดูกและฟันมีสุขภาพแข็งแรง
ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกเสื่อมและกระดูกหัก
ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่
ช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ
มีส่วนช่วยให้จังหวะการเต้นของหัวใจเป็นปกติ
ช่วยเผาผลาญธาตุเหล็กในร่างกาย
ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก
ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกอ่อนในเด็ก
ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกน่วม
ช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุน
ช่วยป้องกันอาการกระดูกหักง่ายในวัยสูงอายุ
ช่วยเรื่องระบบประสาท โดยเฉพาะการส่งต่อสัญญาณประสาท deer อาหารเสริมบำรุงกระดูก.

greentina lime shake สวัสดีค่าสาวๆ จริงๆ แล้วหลายๆ คนน่าจะเคยได้ยินคำว่า

greentina lime shake สวัสดีค่าสาวๆ จริงๆ แล้วหลายๆ คนน่าจะเคยได้ยินคำว่า “ดีท็อกซ์ลำไส้” กันมานานแล้วใช่มั้ยคะ พี่เตยเป็นคนนึงที่ไม่ชอบทานผักและผลไม้เลย และที่สำคัญระบบขับถ่ายไม่ดีอีกต่างหาก พี่เตยเห็นหลายๆ คนเคยไปดีท็อกซ์ลำไส้กันมา ซึ่งพี่เตยบอกเลยว่าไม่เอาเด็ดขาด คนขี้กลัวแบบพี่เตยขอยกธงขาวยอมแพ้เลยค่ะ พี่เตยเลยลองเสิร์ชหาข้อมูลดูว่าถ้าเราอยากดีท็อกซ์ลำไส้ด้วยการรับประทานอาหาร เราต้องทำอย่างไร พี่เตยเลยเอาข้อมูลมาแบ่งปันกับสาวๆ กันค่ะ ดีท็อกซ์คืออะไร การดีท็อกซ์คือการนำเอาสารพิษที่อยู่ในร่างกายเพื่อไม่ให้สารพิษเหล่านั้นตกค้างอยู่ในร่างกาย และไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของเราค่ะ หลายคนอาจสงสัยว่าเราจะดีท็อกซ์ไปทำไม ในเมื่อยังไงเราก็ต้องขับถ่ายด้วยการปัสสาวะและอุจจาระทุกวันอยู่แล้ว ซึ่งก็ถูกค่ะ แต่บางครั้งการอุจจาระและปัสสาวะอาจไม่เพียงพอเพราะคราบเศษอาหารอาจไปติดตามผนังลำไส้ และเราขับถ่ายออกมาไม่หมด และกลายเป็นสารพิษ ทำให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้ค่ะ greentina lime shake.

greentina lime shake
greentina lime shake ต้องดีท็อกซ์เมื่อไหร่ กรีนติน่า ไลม์ เชค
– เมื่อเริ่มรู้สึกไม่สบายท้อง มีอาการเรอ และท้องอืดท้องเฟ้อบ่อย
– ถ่ายเหลว ปวดท้องแบบไม่มีสาเหตุ ท้องเสียบ่อยๆ
– ท้องผูกบ่อย ถ่ายไม่ออก
– ระบบขับถ่ายไม่ดี ถ่ายไม่เป็นเวลา

รวมสูตรดีท็อกซ์ หุ่นเฟิร์ม สุขภาพดี
ส่วนใหญ่วิธีการดีท็อกซ์ที่นิยมมากที่สุดคือการดีท็อกซ์ลำไส้ใหญ่โดยการฉีดน้ำสะอาดเข้าไปที่ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย แล้วปล่อยน้ำสะอาดนั้นทิ้งค้างไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วค่อยปล่อยน้ำทิ้ง ทำแบบนี้ซ้ำๆ กันประมาณ 30-40 นาที วิธีนี้จะช่วยนำของเสียและคราบเศษอาหารต่างๆ ที่เกาะอยู่ตามผนังลำไส้ให้ถูกขับออกไป greentina lime shake
ถึงแม้ว่าการดีท็อกซ์จะเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในคนวัยหนุ่มสาว แต่ในวงการแพทย์ก็มีการถกเถียงกันว่าจริงๆ แล้วการดีท็อกซ์มันดีกับร่างกายของมนุษย์จริงๆ รึเปล่า เพราะการที่เราทำดีท็อกซ์อาจทำให้ร่างกายของเราเคยตัวและไม่ยอมขับถ่ายเองตามปกติค่ะ นอกจากนี้เรายังต้องคำนึงถึงความสะอาดของอุปกรณ์ น้ำ และโรคประจำตัวต่างๆ ที่อาจนำอันตรายมาภายหลังได้ค่ะ ถ้าเราไม่อยากทำดีท็อกซ์ด้วยการสวนล้างลำไส้ แล้วมีวิธีไหนที่เราจะกำจัดเอาของเสียออกจากร่างกายได้บ้าง คำตอบคือการรับประทานอาหารที่ช่วยดีท็อกซ์ลำไส้นั่นเอง วันนี้พี่เตยมีสูตรอาหารสำหรับดีท็อกลำไส้โดยเฉพาะมาฝากสาวๆ กันค่า
1. สูตรน้ำอุ่นกับน้ำมะนาว

น้ำอุ่น 1 แก้ว
น้ำมะนาวครึ่งลูก

สูตรนี้ง่ายสุดค่ะ นำน้ำอุ่นมาผสมกับน้ำมะนาวดื่ม 1 แก้วหลังตื่นนอนตอนเช้า สูตรนี้จะช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ช่วยให้ถ่ายคล่อง ช่วยชำระล้างลำไส้โดยไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหาร นอกจากนี้ยังช่วยระบบการย่อยให้ดีขึ้นด้วยค่ะ ลองดื่มน้ำอุ่นผสมกับน้ำมะนาวตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า (ก่อนรับประทานอาหารมื้อแรกนะคะ) หลังจากทานไปซักพัก จะรู้สึกปวดท้องเข้าห้องน้ำค่ะ

รวมสูตรดีท็อกซ์ หุ่นเฟิร์ม สุขภาพดี
2. สูตรเม็ดแมงลัก

เม็ดแมงลัก 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 1 แก้ว
ผงมะตูม 1 ช้อนชา

หลายคนอาจเคยกับการรับประทานเม็ดแมงลักในน้ำเต้าหู้หรืออาจรับประทานเม็ดแมงลักผสมกับน้ำเปล่าเป็นของทานเล่นสำหรับลดความอ้วน แล้วสาวๆ ทราบรึเปล่าคะว่าเม็ดแมงลักมีสรรพคุณอะไรบ้าง ในเม็ดแมงลักมีสารอาหารจำพวกโปรตีน แคลเซียม และเบต้าแคโรทีน แถมยังช่วยเรื่องระบบภูมิคุ้มกันด้วยค่ะ ที่สำคัญเม็ดแมงลักมีกากใยเยอะ ช่วยทำให้คราบเศษอาหารไม่เกาะบริเวณลำไส้ และทำให้เราขับถ่ายสะดวกมากยิ่งขึ้น แต่สาวๆ หลายคนอาจสงสัยว่าพี่เตยให้ใส่ผงมะตูมทำไม นั่นก็เป็นเพราะว่าเม็ดแมงลักไม่มีรสชาติ จืด และดูทานยาก ไม่น่ากินนั่นเองค่ะ ผงมะตูมจะช่วยเพิ่มรสหวาน นอกจากนี้ผงมะตูมยังมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการท้องผูกได้ด้วยค่ะ
3. สูตรโยเกิร์ต

โยเกิร์ต ½ ถ้วย
น้ำมะนาว ½ ลูก
น้ำผึ้ง ½ ช้อนโต๊ะ
นมสด 1 กล่อง

สูตรนี้เป็นสูตรยอดฮิตสำหรับคนที่ต้องการรับประทานอาหารเพื่อช่วยดีท็อกซ์ลำไส้เลยค่ะ เพราะอุปกรณ์หาง่ายมากๆ โดยให้ทานสูตรโยเกิร์ตนี้ในตอนเช้าก่อนรับประทานอาหาร greentina lime shake แถมสูตรนี้เหมาะมากกับสาวๆ ที่มีปัญหาท้องผูก ขับถ่ายไม่เป็นเวลาโดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาถ่ายเลยค่ะ ที่สำคัญคือสูตรนี้มีสารอาหารครบถ้วน ได้ประโยชน์เต็มๆ เลยค่ะ

รวมสูตรดีท็อกซ์ หุ่นเฟิร์ม สุขภาพดี
4. สูตรมะละกอ

มะละกอ 1 ลูก
น้ำเปล่า ½ แก้ว

อีกวิธีนึงที่จะช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ได้คือการเลือกรับประทานผลไม้อย่างใดอย่างนึงทั้งวัน หลายคนอาจทำใจไม่ได้ที่ต้องรับประทานผลไม้เพียงอย่างเดียวและต้องไม่ทานอย่างอื่นเลย แต่สาวๆ ไม่ต้องกังวลไปค่า เราสามารถนำผลไม้ชนิดนั้นๆ มาปั่นเป็นน้ำผลไม้แล้วดื่มแทนได้เช่นกันค่ะ ลองเอามะละกอ 1 ลูกเล็ก เข้าเครื่องปั่นให้ละเอียด ถ้าข้นมากเกินไปอาจผสมน้ำเปล่าเข้าไปได้นิดหน่อยค่ะ มะละกอมีสรรพคุณเป็นยาระบาย ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายได้ดีค่ะ
5. แก้วมังกร

แก้วมังกร 1 ลูก
น้ำแข็ง 2 ช้อนโต๊ะ

ผลไม้อีกชนิดนึงที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายได้ดีก็คือแก้วมังกรค่ะ ลองเอาแก้วมังกรมาปั่นให้ละเอียด ผสมน้ำแข็งเข้าไปเล็กน้อย เวลาดื่มจะได้ดื่มง่ายๆ แถมสดชื่นอีกต่างหาก แก้วมังกรมีสรรพคุณช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ ทำให้ขัยถ่ายคล่อง และช่วยแก้ปัญหาท้องผูกด้วยค่ะ

รวมสูตรดีท็อกซ์ หุ่นเฟิร์ม สุขภาพดี
6. ซุปมะเขือเทศ

มะเขือเทศ 2 ลูก
หอมหัวใหญ่ ½ ลูก
พริกไทย
เกลือ

หลายคนอาจไม่ชอบทานน้ำมะเขือเทศหรือมะเขือเทศเป็นลูกๆ พี่เตยแนะนำให้ลองทำซุปมะเขือเทศทานดู รับรองว่าทานง่าย ไม่เหม็นกลิ่นมะเขือเทศแน่นอน วิธีทำก็ง่ายนิดเดียวค่ะ เอามะเขือเทศมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ต้มในน้ำเดือดจนสุก ใส่หอมหัวใหญ่ลงไป ใครชอบรสหวานหน่อยก็อาจเพิ่มหอมหัวใหญ่ได้ อย่าลืมปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยตามใจชอบ ใช้ไฟอ่อนๆ เคี่ยวจนมะเขือเทศและหอมหัวใหญ่เปื่อยจนเป็นเนื้อเดียวกัน เสร็จแล้วนำมารับประทานได้เลย greentina lime shake.