แชมพูเรมิ ตามประกาศสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

แชมพูเรมิ ตามประกาศสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (พ.ศ. 2548) “แชมพู” หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับเส้นผม เพื่อขจัดสิ่งสกปรกออกจากเส้นผมและหนังศีรษะ มีสารลดแรงตึงผิวเป็นส่วนประกอบหลัก อาจผสมสมุนไพร เช่น ดอกอัญชัน ประคําดีควาย ว่านหางจระเข้ ด้วยหรือไม่ก็ได้ ลักษณะทั่วไปของแชมพูต้องเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่แยกชั้น ไม่ตกตะกอน มีกลิ่นหอม ไม่มีสิ่งแปลกปลอม ส่วนประกอบต้องไม่มีสารหรือวัตถุที่ห้ามใช้ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เครื่องสําอาง สารที่กําหนดปริมาณการใช้ต้องไม่เกินเกณฑ์ สีที่ใช้ต้องเป็นไปตามที่กําหนด ความคงสภาพต้องอยู่ในสภาพที่ดี ไม่แปรสภาพ หรือเสื่อมคุณภาพ จํานวนแบคทีเรีย ยีสต์ และราทั้งหมด ต้องไม่เกิน 1,000 โคโลนีต่อตัวอย่าง 1 กรัม ความเป็นกรด-ด่างต้องอยู่ระหว่าง 5.0 – 8.0 การใช้งานต้องสามารถขจัดสิ่งสกปรก ฝุ่นละอองบนเส้นผมและหนังศีรษะได้ และทําให้เส้นผมนุ่มสลวย การบรรจุ ให้บรรจุแชมพูในภาชนะบรรจุที่สะอาด แห้ง ผนึกได้เรียบร้อย และสามารถป้องกันการปนเปื้อนจากสิ่งสกปรกภายนอกได้ แชมพูเรมิ.

แชมพูเรมิ

แชมพูเรมิ สารประกอบหลักของแชมพู remi shampoo

สารประกอบหลักของแชมพูเป็นสารลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟอง ที่มีคุณสมบัติสามารถชะล้าง หรือทำความสะอาดเส้นผมได้ โดยปกติเส้นผมของคนเรานั้น ส่วนโครงสร้างภายในเส้นผมมีประจุลบ แต่ภายนอกโครงสร้างดังกล่าวจะมีประจุบวก

ในสมัยก่อน นิยมใช้สบู่ แต่การใช้สบู่สระผมมีข้อเสียที่เป็นอันตรายต่อเส้นผมและผิวหนัง เนื่องจากสบู่ทำปฏิกิริยากับน้ำเกิดเป็นด่าง และในกรณีที่ใช้น้ำกระด้างสระผม สบู่จะทำปฏิกิริยากับน้ำกระด้าง ทำให้แคลเซียมตกตะกอน และเกาะเส้นผม ผลที่เกิดขึ้นคือเส้นผมไร้เงามัน เปราะและหวียาก แชมพูเรมิ

ต่อมาจึงเลิกใช้สบู่ มาใช้สารลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟองชนิดประจุลบแทน สารกลุ่มนี้มีคุณสมบัติละลายน้ำแล้วให้ประจุลบ ให้ฟองมาก ไม่เป็นอันตรายต่อตา และมีราคาไม่แพง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นราคาก็แปรตามสภาพของสาร ชนิดที่ดีกว่าราคาจะแพงกว่า

แชมพูตามท้องตลาดมากมายหลายชนิดจะมีสารสารลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟองชนิดประจุลบผสมอยู่ในสัดส่วนค่อนข้างสูง ข้อดีของสารสารลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟองชนิดประจุลบ คือ ล้างสะอาด ฟองมาก ข้อเสียคือ มีความเป็นด่างค่อนข้างมาก และตกตะกอนเมื่อทำปฏิกิริยากับแคลเซียม ตะกอนที่เกาะตามผมเหล่านี้จะทำให้ผมด้าน ข้อเสียอีกอย่างหนึ่งคือ ทำให้ผมฟู เนื่องจากมีประจุลบผลักดันระหว่างประจุลบในเส้นผมกับประจุลบจากสารเกิดฟอง ตัวอย่างสารสารลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟองชนิดประจุลบที่นิยมใช้ในการผลิต ได้แก่ alkyl sulfate salt, aryl sulfonate และ sarcoside
สารลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟองชนิดประจุบวก เป็นสารที่มีคุณสมบัติละลายน้ำแล้วได้ประจุบวก ทำให้ผมนิ่ม หวีง่าย ลดอาการกระเซิงของเส้นผม อาจแก้เส้นผมที่เสียได้บ้าง ข้อเสียคือ บางชนิดมีอันตรายต่อตาและผิวหนัง และมีฟองน้อย ทำให้สิ่งสกปรกติดเส้นผมง่าย เนื่องจากคุณสมบัติของการที่มีฟองน้อยนี้เอง แชมพูเรมิ จึงไม่นำมาใช้เป็นตัวหลักในการทำแชมพู แต่มักนำมาใช้เป็นตัวหลักในการทำครีมนวดผม หรือนำมาใช้ในผู้ที่ต้องการย้อมผม ตัวอย่างสารสารลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟองชนิดประจุบวกที่นิยมนำมาใช้ในการผลิต ได้แก่ quarternary lanolin (lanoquat) และ protein Q

สารลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟองชนิดประจุบวกลบ มีคุณสมบัติเมื่อละลายน้ำแล้วมีทั้งประจุบวกและลบ ช่วยปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง และช่วยให้ฟองคงทน ทำให้เส้นผมไม่หยาบแห้ง แต่มีราคาแพง และจับกับเส้นผม ทำให้ผมดูมัน และแฉะง่าย ดังนั้นจึงนิยมใช้เป็นส่วนผสมในแชมพู แต่ไม่ใช่ตัวหลัก สารลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟองชนิดนี้ มักใช้ผสมกับสารประจุลบ ทำให้เกิดฟองหนา ตัวอย่างเช่น miranol, derphat

สารลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟองชนิดที่ละลายน้ำแล้วไม่ให้ประจุ ทำให้ฟองคงทน แต่มีราคาแพง จึงไม่ใช้เป็นตัวหลัก นิยมใช้เป็นส่วนผสมที่ช่วยป้องกันผมเปราะจากการใช้สารลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟองชนิดประจุบวก

นอกจากนี้ ยังมีการใช้สมุนไพรธรรมชาติ เช่น saponin แต่อาจทำให้เกิดฟองน้อย จึงมักใช้ร่วมกับสารอื่น แชมพูเรมิ.