bioastin สาหร่ายทะเล…พืชสร้างประโยชน์ ก่อนที่จะกล่าวถึงประโยชน์ของสาหร่ายทะเล

bioastin สาหร่ายทะเล…พืชสร้างประโยชน์ ก่อนที่จะกล่าวถึงประโยชน์ของสาหร่ายทะเล มาทำความรู้จักกับชีวประวัติของสาหร่ายทะเลคร่าวๆกันก่อนนะคะ สาหร่ายทะเลหรือมีชื่อในภาษาอังกฤษว่า “saeweeds” เป็นพืชทะเลชนิดหนึ่งที่จัดอยู่ในกลุ่มพืชชั้นต่ำไม่มีระบบท่อลำเลียงอาหารจากรากสู่ลำต้นแบบพืชชั้นสูง แต่จะใช้วิธีดูดซับน้ำและแร่ธาตุจากน้ำทะเลสู่เซลล์ต่างๆโดยตรง พืชกลุ่มนี้ไม่มีดอกและผลแต่แพร่กระจายพันธุ์ด้วยการสร้างสปอร์และแบ่งตัวสาหร่ายทะเลมีลักษณะมากมายหลายแบบ ตั้งแต่แบบที่เป็นแพลงก์ตอนลอยไปมาในน้ำ ซึ่งมีขนาดเล็กมากไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า บางชนิดเป็นเป็นเซลล์เดี่ยว บางชนิดจับตัวเป็นกลุ่มหรือเป็นสาย สาหร่ายทะเลสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ตามโครงสร้างและสีของสารสังค์เคราะห์แสง ได้เป็น 4 กลุ่ม คือ bioastin.

bioastin

bioastin สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (blue-green algae)
สาหร่ายสีเขียว (green algae)
สาหร่ายสีน้ำตาล (brown algae)
red algae)

โดยทั่วไปเราสามารถจำแนกกลุ่มสาหร่ายได้จากสีที่เห็น แต่ในประเทศไทยซึ่งอยู่ในเขตร้อนที่มีแสงจัด บางครั้งสาหร่ายจะมีสีเปลี่ยนไปจากที่ควรจะเป็น

ประโยชน์สาหร่ายทะเล

ทำความรู้จักกับชีวประวัติสาหร่ายทะเลกันไปแล้ว หลาย ๆ ท่านคงอยากทราบกันแล้วใช่ไหมค่ะ ว่าสาหร่ายทะเลนั้นสร้างประโยชน์อย่างไร

1. ใช้เป็นอาหารมนุษย์

มนุษย์รู้จักนำสาหร่ายทะเลมาใช้เป็นอาหารนานนับพันปีแล้ว เพราะสาหร่ายทะเลอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินบี 12 วิตามินบี 1 ไบโอติน ไนอาซิน กรดพาราแอมมิโนเบนโซอิค กรดโฟลิค
กรดเพนโทธินิค ไพริดอกซิน กรดแอสคอร์บิค ไกลซิน อิสติดิน และไอโอดีน รวมทั้งสารป้องกันการเกิด
อนุมูลอิสระต่างๆ เป็นต้น bioastin

การบริโภคสาหร่ายเป็นอาหารนั้นส่วนใหญ่จะพบในประเทศทางเอเชีย โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นและเกาหลี ใช้สาหร่ายสีแดงพวก Porphyra หรือที่เรียกว่า จีฉ่าย ญี่ปุ่นเรียกว่า นอริ หรือสาหร่ายสีน้ำตาลพวกLaminaria ชาวญี่ปุ่นนิยมนำมาปรุงอาหารประจำวัน ทางใต้ของประเทศไทยนิยมเอาสาหร่ายสีแดง Gracilaria มาลวกจิ้มพริกหรือยำ โดยเฉพาะบริเวณเกาะยอ จังหวัดสงขลา

2. ใช้เป็นอาหารสัตว์

สาหร่ายทะเลสามารถนำไปเลี้ยงสัตว์ เช่น หมูและสัตว์ปีกได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังเป็นอาหารที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการอนุบาลสัตว์ทะเลที่กินพืชเป็นอาหาร เช่น ปลา กุ้งและแพลงตอนสัตว์ เช่น ไรแดง
ไรน้ำเค็ม ซึ่งเป็นอาหารหลักของปลาทะเลและหอยทะเลหลายชนิด

3. ใช้ในการกำจัดน้ำเสีย

สาหร่ายทะเลใช้ในการกำจัดน้ำเสียร่วมกับจุลินทรีย์ โดยจุลินทรีย์จะทำการย่อยสารอินทรีย์ต่างๆ ที่มีอยู่ ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ให้เป็นสารอนินทรีย์ ซึ่งสาหร่ายทะเลสามารถนำสารอนินทรีย์เหล่านี้ไปใช้ในกระบวนการเมตาบอลิซึมต่างๆ ทำให้สารอินทรีย์ลดปริมาณลงทำให้น้ำสะอาดขึ้น สำหรับสาหร่ายที่ได้จากระบบกำจัดน้ำเสียนี้ อาจนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ ปุ๋ย พืชสดหรือใช้ในการทำแก๊สชีวภาพได้

4. ใช้เป็นปุ๋ยชีวภาพ

ในต่างประเทศใช้สาหร่ายทะเลพวกสาหร่ายสีแดง หรือสาหร่ายสีน้ำตาลที่มีขนาดใหญ่มาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์สำหรับพื้นที่เพาะปลูกบริเวณใกล้ทะเล เนื่องจากสาหร่ายเหล่านี้มีปริมาณโปตัสเซียมสูง แต่มีปริมาณไนโตรเจนและฟอสฟอรัสต่ำกว่าปุ๋ยคอก สามารถอุ้มน้ำไว้ได้ทำให้ดินชุ่มชื้นอยู่เสมอ อีกทั้งยังช่วยให้ดินทรายรวมตัวกันได้ดี และช่วยให้ทำให้ดินเหนียวแตกจากกัน ทำให้โครงสร้างของดินเหมาะกับการเพาะปลูก

จากการศึกษาผลการใช้ปุ๋ยจากสาหร่ายทะเลชนิด Ssargassum polycystum C. Agardh และ Padina australis Hauck ต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของกะหล่ำดอก (Cauliflower) พบว่าจะทำให้กะหล่ำดอกมีการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตสูงสุดทั้งน้ำหนักสดและน้ำหนักแห้ง

5. ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง

สาหร่ายทะเลประกอบด้วยสารเคมีบางชนิดที่ช่วยในการรักษาผิวหนัง การศึกษาในประเทศญี่ปุ่นพบว่าเครื่องสำอางที่ใช้สาหร่ายหรือสารสกัดจากสาหร่ายเป็นส่วนผสมจะช่วยให้ผิวพรรณดีขึ้นและลดริ้วรอยได้

6. ใช้เป็นตัวยารักษาโรคต่างๆ

จากรายงานวิจัยพบว่า สารสกัดจากสาหร่ายทะเลสีแดง Rhodomela larix มาใช้เป็นยาปฏิชีวนะเพื่อต่อต้านแบคทีเรียทั้งแกรมบวกและแกรมลบ สาหร่ายทะเลบางชนิดสามารถนำมาสกัดเป็นยารักษาโรคทั่วไป เช่น โรคกระเพาะอาหาร โรคท้องร่วง เป็นต้น

7. ใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ

สาหร่ายสีแดงบางชนิดสามารถนำไปสกัดทำเป็นวุ้น เพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาหารและเป็นอาหารเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์ และสามารถนำมาสกัดเป็นคาร์ราจินิน ใช้เป็นสารคงรูปในการทำอาหาร เช่น ไอศกรีม และผลิตภัณฑ์นม สาหร่ายสีน้ำตาลบางชนิดสามารถนำมาสกัดเป็นอัลจินหรืออัลจิเนต เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมทำกระดาษ อุตสาหกรรมยาง เป็นต้น

8. สาหร่ายทะเลในแง่ของระบบนิเวศ

สาหร่ายทะเล เป็นสิ่งมีชีวิตหรือกลุ่มพืชที่ผลิตก๊าซออกซิเจนออกสู่บรรยากาศ มีการดูดซึมสารอินทรีย์และแร่ธาตุในน้ำเพื่อใช้ในการเจริญเติบโต เป็นแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัย และเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำในทะเล อีกทั้งสาหร่ายยังมีศักยภาพในการช่วยลดภาวะโลกร้อน โดยการช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อยู่ในน้ำด้วยการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาเปลี่ยนรูปเป็นหินปูนและสะสมไว้ตามลำต้นและใบ

มาถึงตรงนี้ ท่านผู้อ่านคงทราบแล้วว่าสาหร่ายทะเลสามารถนำมาสร้างประโยชน์ต่อโลกใบนี้ขนาดไหน ถึงแม้สาหร่ายทะเลจะเป็นทรัพยากรที่สามารถทดแทนได้ แต่กว่าธรรมชาติจะฟื้นฟูต้องใช้ระยะเวลานาน มนุษย์ควรรู้จักใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะสาหร่ายที่มีมากด้วยคุณค่า เพื่อให้สาหร่ายเป็นทรัพยากรที่อยู่คู่กับมนุษย์ไปอีกนานแสนนาน

Taurine

ทอรีน (Taurine) คืออะไร ? ทอรีนก็คือ กรดอะมิโน ชนิดหนึ่งซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มกรดอะมิโนไม่จำเป็น เพราะร่างกายสามารถสร้างเองได้
แต่กรดอะมิโนตัวนี้จัดว่ามีความสำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะเป็นโครงสร้างของกรดอะมิโนตัวอื่น ๆ ทั้งหมด โดยทอรีนนั้นพบได้มากในเนื้อเยื่อหัวใจ กล้ามเนื้อลาย และระบบประสาทส่วนกลาง bioastin นอกจากนี้ทอรีนยังเป็นส่วนประกอบของน้ำดีอีกด้วย
สำหรับแหล่งอาหารที่สามารถพบได้ทั่วไปของทอรีนก็ได้แก่ เนื้อสัตว์ชนิดต่าง ๆ เช่น เนื้อวัว ตับวัว หมู ตับหมู เนื้อแกะ เนื้อไก่ ปลาค็อด ปลาโดยเฉพาะปลาทูน่า แมลง ไข่ หอยต่าง ๆ อย่างหอยแมลงภู่ หอยนางรม รวมไปถึงสาหร่ายทะเลโดยเฉพาะสาหร่ายแดง และนมโดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำนมโคลอสตรัมจากคนและวัว เป็นต้น และทอรีนจะไม่มีอยู่ในพืชผัก หรือถ้ามีก็ถือว่ามีน้อยมาก ๆ คือประมาณ 0.01 ไมโครโมลต่อกรัม

ทอรีน (Taurine)

ร่างกายของเราสามารถสังเคราะห์กรดอะมิโนชนิดนี้ขึ้นมาเองได้อยู่แล้ว ถ้าตราบใดที่ร่างกายของเรายังมีวิตามินบี 6 อยู่
หากร่างกายขาดวิตามินบี 6 จะไปขัดขวางการสร้างกรดอะมิโนทอรีน
การดื่มสุราหรือแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มากเกินไป จะส่งผลให้ร่างกายของคุณไม่สามารถใช้ทอรีนได้อย่างเหมาะสม
การขาดทอรีนในระดับปานกลาง ร่างกายจะมีระดับโปรตีนสำคัญ ๆ ในเลือดต่ำ ส่งผลให้เด็กมีการเจริญเติบโตช้า แต่ถ้าขาดทอรีนอย่างรุนแรงจะทำให้เกิดอาการเซื่องซึม เหงาหงอย อ่อนเพลีย ตัวผอม ผิวหนังแห้งหรืออักเสบ เส้นผมเปลี่ยนสี บวม ตับอาจถูกทำลาย เกิดการสูญเสียกล้ามเนื้อและไขมัน

ประโยชน์ของทอรีน

ประโยชน์ของทอรีนช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของร่างกาย
ทอรีนจัดว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อพัฒนาการของระบบประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมองของทารกแรกเกิด และในวัยทารกจะมีปริมาณทอรีนมากกว่าในผู้ใหญ่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในช่วงวัยเจริญเติบโต ร่างกายจะต้องการทอรีนในปริมาณมาก
เป็นตัวแอนติออกซิแดนท์ในเม็ดเลือดขาวและในปอด
ช่วยทำหน้าที่ปกป้องสมอง และทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมน้ำในเซลล์ของสมอง และยังเชื่อกันว่าทอรีนจะทำหน้าที่เป็นตัวนำกระแสประสาทในสมองอีกด้วย
ช่วยคลายความเครียด ช่วยรักษาโรควิตกกังวล
ช่วยรักษาความคงตัวของผนังเซลล์ในร่างกาย
ช่วยรักษาโรคลมชัก
ทอรีนช่วยลดความดันโลหิต ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
ช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจ และช่วยทำให้หัวใจทำงานได้อย่างแข็งแรงมากขึ้น
ช่วยในการทำงานของแคลเซียม ช่วยลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด
ทอรีนจะช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจใช้แคลเซียมได้อย่างสมดุลในการหดตัว ซึ่งไม่ทำให้เกิด Calcium Overload ต่อหัวใจแม้จะอยู่ในสภาวะที่มีระดับแคลเซียมสูง ทำให้เชื่อว่าสามารถช่วยรักษาภาวะหัวใจวายได้
ช่วยส่งเสริมการมองเห็นและป้องกันศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม และช่วยในการทำงานของเรตินาในการรับแสง
ร่างกายจำเป็นต้องใช้ในการย่อยไขมัน ซึ่งจะมีเป็นตัวช่วยในการดูดซึมไขมัน รวมไปถึงการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมันด้วยเช่นกัน
ช่วยส่งเสริมการทำงานของอินซูลิน
ช่วยในการเคลื่อนไหวของตัวอสุจิสำหรับผู้ที่เป็นหมัน อันเนื่องมาจากสเปิร์มไม่มีกำลังในการเคลื่อนที่ bioastin.