i pnk สำหรับคุณแม่ที่ได้รับวิตามินจากอาหารน้อยและขาดธาตุเหล็ก

i pnk สำหรับคุณแม่ที่ได้รับวิตามินจากอาหารน้อยและขาดธาตุเหล็ก แพทย์อาจจำเป็นต้องจ่ายยาบำรุง ซึ่งประกอบด้วยวิตามินรวม แร่ธาตุต่าง ๆ และธาตุเหล็กให้คุณแม่ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดแคลเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก คุณแม่จึงควรรับประทานยาบำรุงและธาตุเหล็กตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อสุขภาพของตนเองและลูกน้อยในครรภ์ คนท้องควรกินอะไร
อาหารบํารุงครรภ์ : คุณแม่บางท่านอาจจัดรายการอาหารในแต่ละมื้อแต่ละสัปดาห์ไว้แล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าตนเองจะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนและเพื่อความสะดวกในการเตรียมอาหารสด แต่คุณแม่ไม่ควรวิตกกังวลมากจนถึงกับต้องคำนวณแคลอรีและสัดส่วนของอาหารทุกมื้อ คุณแม่อาจอาศัยความรู้และคำแนะนำที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้นำไปใช้เป็นแนวทางในการเลือกรับประทานและจัดเตรียมอาหาร โดยคำนึงถึงสารอาหารให้ครบทุกหมู่ในแต่ละวัน สลับผลัดเปลี่ยนกันไป หากพยายามรับประทานให้ได้ตามคำแนะนำข้างล่างนี้ ในแต่ละมื้อ คุณแม่อาจรับประทานอาหารไม่ครบทุกหมู่ แต่เมื่อรวมกัน 3-5 มื้อในแต่ละวันแล้ว (อาจแบ่งเป็นมื้อเล็ก ๆ 5-6 ครั้งภายในหนึ่งวันก็ได้) ก็ได้สารอาหารที่ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ เมนูอาหารสำหรับคนท้อง คือ อาหารที่มีโปรตีน 3 มื้อ : เนื้อหมู, เนื้อวัว, เนื้อเป็ด, เนื้อไก่ไม่ติดมัน, เครื่องในไม่มีไขมัน 75 กรัม, เนื้อปลา 100 กรัม, กุ้ง 100 กรัม, ไข่ 3 ฟอง, นม 500 มิลลิลิตร, โยเกิร์ต 340 มิลลิลิตร อาหารจำพวกแป้ง 4-5 มื้อ : ข้าว, ก๋วยเตี๋ยว, ขนมปังธัญพืช, คอร์นเฟล็ก, ถั่วแดง ผักใบเขียวและผลไม้ 3 มื้อ : ผักโขมและบรอกโคลี 25 กรัม, มะเขือเทศ 150 กรัม, พริกหยวก 25 กรัม, แตงโม 50 กรัม, แคร์รอต 13 กรัม, มะม่วง, องุ่น, ส้ม, ถั่ว 250 กรัม, เงาะ, มังคุด, แอปเปิ้ล อาหารที่มีแคลเซียม 4 มื้อ : นมวัว 200 มิลลิลิตร, นมเปรี้ยว 250 มิลลิลิตร, ใบชะพลู, ใบขึ้นฉ่าย, ใบยอ, ผักโขม, มะเขือพวง, กุ้งน้ำจืด, กุ้งแห้ง, ถั่วเหลือง, ถั่วเขียว, เต้าหู้, ปลาซาร์ดีนชนิดมีก้างบรรจุกระป๋อง อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี 2 มื้อ : ฝรั่ง, ส้ม, น้ำมะนาว, องุ่น 1 พวง, มะขามป้อม, พริกหยวก 25 กรัม อาหารที่มีธาตุเหล็ก 2 มื้อ : ตับ, เนื้อแดง, เนื้อปลา, ไข่แดง, ใบชะพลู, ใบตำลึง, ใบกะเพรา, ใบขี้เหล็ก, ใบขึ้นฉ่าย, ชะอม, งา น้ำสะอาดบริสุทธิ์วันละ 8 แก้ว : ควรงดกาแฟและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ i pnk.
i pnk

i pnk อาหารที่คนท้องห้ามกิน i pink
ได้แก่ อาหารรสจัด, อาหารก่อโรคกรดไหลย้อน, อาหารที่ทานแล้วท้องผูก, อาหารที่มีไขมันสูง, อาหารสำเร็จรูป, อาหารที่เก็บไว้ได้นาน, ผงชูรส, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ชา กาแฟ น้ำอัดลม ฯลฯ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความเรื่อง 17 อาหารที่คนท้องห้ามกิน & คนท้องห้ามกินอะไรบ้าง ?? ไอพิ้ง
ผลไม้สำหรับคนท้อง
กล้วย : เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 6 และวิตามินซี และยังมีสารสำคัญที่ช่วยผ่อนคลายอารมณ์ ทำให้คุณแม่อารมณ์ดี มีใยอาหารสูงที่ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย
ฝรั่ง :อุดมไปด้วยวิตามินซีและวิตามินเอ ช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคหวัด ช่วยบำรุงเหงือกและฟันให้แข็งแรง
แอปเปิ้ล : อุดมไปด้วยเกลือแร่และวิตามิน ช่วยควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด ลดระดับคอเลสเตอรอล และช่วยกระตุ้นการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระให้ทำงานได้ดีขึ้น i pnk
มะละกอสุก : อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ แคโรทีน วิตามินซี ฟลาโวนอยด์ วิตามินซี สารโฟลิก ธาตุโพแทสเซียม แมกนีเซียม และเส้นใยอาหาร เป็นผลไม้ที่เหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีปัญหาเรื่องท้องผูก
มะม่วงสุก : อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน ฟอสฟอรัส และแคลเซียม ช่วยในการสร้างกระดูกและฟันให้กับทารกในครรภ์ และบำรุงกระดูกและฟันของคุณแม่ให้แข็งแรง
มะพร้าว : อีกหนึ่งผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก เช่น โปรตีน กลูโคส และแคลเซียม และยังช่วยแก้อาการอ่อนเพลียและดับกระหายได้ดี
แตงโม : เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม มีสรรพคุณช่วยควบคุมอัตราความดันโลหิตของร่างกาย และยังมีวิตามินซีธรรมชาติที่ดีต่อร่างกาย
ส้ม : ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ช่วยป้องกันหวัดและช่วยในเรื่องการขับถ่ายได้ดี
สับปะรด : มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี เบต้าแคโรทีน i pnk และแมงกานีส ช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และช่วยป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระ
ลูกพรุน : อีกหนึ่งผลไม้ที่เหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีปัญหาเรื่องโลหิตจาง เพราะในลูกพรุนจะมีธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบหลัก จึงช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง และยังมีวิตามินบี 2 ที่จะช่วยสร้างแคลเซียม ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง
ผลไม้คนท้อง

ผลไม้ที่คนท้องไม่ควรรับประทาน
มะม่วงดิบ จะย่อยได้ยากกว่ามะม่วงสุก ซึ่งอาจทำให้คุณแม่เกิดอาการแน่นท้องได้ (ในช่วงที่คุณแม่ตั้งครรภ์ในไตรมาส 2-3 ยิ่งควรหลีกเลี่ยง เพราะช่วงนี้มดลูกจะโตขึ้นจนเบียดกระเพาะอาหาร ทำให้กระเพาะอาหารย่อยได้ช้าลง) ส่วนมะม่วงสุกไม่มีข้อห้ามอะไรครับ ทานได้ตามปกติ แต่ไม่ควรทานบ่อยหรือทานในปริมาณมาก ๆ
ทุเรียน อีกหนึ่งผลไม้ที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะทำให้เกิดแก๊สในลำไส้ได้มาก อาจทำให้คุณแม่มีอาการจุกเสียดแน่นท้องหรือแน่นหน้าอกได้ แม้จะไม่เป็นอันตรายมากนัก แต่ก็สร้างความทรมานได้มากเหมือนกัน
ผลไม้รสหวานจัด เช่น ลำไย เงาะ มะม่วงสุก มะละกอสุก น้อยหน่า อินทผลัม เป็นต้น ส่วนนี้ไม่ได้ห้ามนะครับ ถ้าไม่อยากน้ำหนักตัวเพิ่มแบบไม่ทันตั้งตัวและเสี่ยงเป็นเบาหวาน ก็ขอให้ลดปริมาณลงครับ นาน ๆ จะกินครั้งหนึ่งก็ไม่เป็นอะไร
ผลไม้แปรรูปหรือผลไม้ดองต่าง ๆ

ปัญหาเรื่องการกินกับคุณแม่ตั้งครรภ์
ภาวะขาดสารอาหาร : ความเชื่อที่ว่าหากบำรุงร่างกายมากเกินไปจะทำให้คุณแม่เสียทรวดทรง ทำให้ลูกหัวโตและคลอดได้ยาก หรือคิดว่าถ้ากินน้อย ๆ ลูกจะได้ตัวเล็กและคลอดได้ง่าย ๆ นั้น ไม่เป็นความจริงนะครับ เพราะถ้าคุณแม่ได้รับอาหารอย่างถูกสัดส่วน น้ำหนักตัวมักจะเพิ่มขึ้นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว อีกอย่างขนาดของลูกน้อยเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าจะคลอดได้ง่ายหรือยาก แต่กลับกันครับ นอกจากลูกจะแข็งแรงและมีความอดทนต่อภาวะการคลอดได้ดีแล้ว เมื่อคลอดออกมายังทำให้เลี้ยงดูได้ง่ายกว่าคุณแม่ที่คลอดลูกน้ำหนักน้อยหรือคลอดก่อนกำหนดเนื่องจากการขาดสารอาหารเสียอีก

จากการศึกษาในระยะยาวพบว่า โภชนาการเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยส่งเสริมพันธุกรรม ถ้าคุณแม่มีโภชนาการไม่ดีมาทั้งก่อนและในระหว่างการตั้งครรภ์ เมื่อลูกน้อยคลอดออกมามีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 2,500 กรัม จะเกิดผลเสียค่อนข้างถาวร เพราะอาหารจากแม่ที่ส่งผ่านทางรกจะเป็นตัวกำหนดพัฒนาการของลูกน้อย โดยเฉพาะการพัฒนาของอวัยวะต่าง ๆ (ในช่วง 3-6 เดือน ถ้าคุณแม่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ลูกจะต้องปรับตัวในการดูดซึมสารอาหารมากยิ่งขึ้น และภาวะดังกล่าวจะติดตามไปในระยะยาว เมื่อลูกโตเป็นผู้ใหญ่จะมีโอกาสเป็นโรคความดันโลหิตสูง เส้นเลือดในหัวใจตีบตัน และโรคอ้วนมากกว่าคนทั่วไป อีกทั้งยังพบด้วยว่าตับอ่อนของลูกจะด้อยประสิทธิภาพลง และส่งผลให้ลูกเป็นโรคเบาหวานได้ง่ายในอนาคต) ดังนั้น การที่คุณแม่ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างครบถ้วนและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จะมีอิทธิพลต่อการพัฒนาสมอง สติปัญญาและความเฉลียวฉลาดของลูกน้อย และเป็นจุดเริ่มต้นให้ลูกน้อยเจริญเติบโตได้อย่างแข็งแรงสมบูรณ์ ลูกจะมีขนาดกำลังดี อารมณ์ดี เลี้ยงดูได้ง่ายกว่า ตื่นตัวดีกว่า แรงดีกว่า และไม่ขี้โรคเจ็บออดแอด เพราะในช่วงเวลา 9 เดือนของการตั้งครรภ์นั้นถือเป็นช่วงที่มีการพัฒนาและแบ่งตัวของเซลล์สมองของลูกน้อยอย่างรวดเร็ว “เมื่อคลอดออกมาแล้วเซลล์สมองจะไม่มีการเพิ่มจำนวนแต่อย่างใด” แต่จะมีการเพิ่มขึ้นของขนาดและน้ำหนักตัวแทน i pnk.